ราคารีโนเวทบ้านในกรุงเทพฯ อยู่ที่ราว 3,000–35,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่กว้างมากเพราะคำว่า “รีโนเวท” ครอบคลุมงานสี่ระดับที่ต่างกันคนละเรื่อง ตั้งแต่ปรับผิวและทาสี ไปจนถึงรื้อถึงโครงสร้าง การตั้งงบประมาณตกแต่งภายในจึงต้องเริ่มจากการรู้ก่อนว่าบ้านของคุณต้องการงานระดับไหน แล้วค่อยคูณด้วยพื้นที่ ไม่ใช่เริ่มจากตัวเลขที่ค้นเจอในเน็ต
สารบัญบทความ
- รีโนเวทบ้าน ราคาเท่าไหร่? สรุปช่วงราคาต่อตารางเมตร (4 ระดับงาน)
- งบรีโนเวทหนึ่งก้อน ถูกแบ่งไปอยู่ตรงไหนบ้าง
- รีโนเวทบ้าน งบ 5 หมื่น – 3 แสน ทำอะไรได้บ้าง?
- ถ้างบไม่พอ ควรตัดอะไรก่อน?
- ตัวอย่างประกอบ: ทาวน์เฮาส์ 120 ตร.ม. งบ 300,000 บาท
- รีโนเวทคอนโด ราคาเท่าไหร่? คิดตามขนาดห้อง 25–60 ตร.ม.
- งบรีโนเวทออฟฟิศและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ต่างจากที่อยู่อาศัยอย่างไร
- งบรวมทั้งโครงการควรเตรียมเท่าไหร่? (คอนโด บ้าน ออฟฟิศ)
- 9 ค่าใช้จ่ายที่คนทำงบพลาดบ่อยที่สุด
- วิธีตั้งงบรีโนเวทของตัวเอง 5 ขั้นตอน
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รีโนเวทบ้าน ราคาเท่าไหร่? สรุปช่วงราคาต่อตารางเมตร (4 ระดับงาน)
คำถาม “รีโนเวทบ้าน ราคาเท่าไหร่” ตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ ไม่ใช่เพราะผู้รับเหมาไม่ยอมบอก แต่เพราะคำว่ารีโนเวทถูกใช้เรียกงานที่ต่างกันสี่ระดับ และแต่ละระดับห่างกันเป็นเท่าตัว การรู้ว่าบ้านของคุณอยู่ระดับไหนคือขั้นตอนแรกที่ทำให้ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้ใช้ได้จริง
| ระดับงาน | ขอบเขตโดยทั่วไป | ราคาต่อ ตร.ม. | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| ระดับ 1 ปรับผิวและตกแต่งเบา |
ทาสี เปลี่ยนพื้นผิว เปลี่ยนดวงโคม เปลี่ยนสุขภัณฑ์เดิมที่จุดเดิม ไม่ยุ่งกับผนังและระบบ | 3,000–6,000 บาท | บ้านหรือห้องที่โครงสร้างและระบบยังดี ต้องการแค่เปลี่ยนบรรยากาศ |
| ระดับ 2 รีโนเวทบางส่วน |
รื้อและทำใหม่เฉพาะบางห้อง เช่น ครัวหรือห้องน้ำ มีงานบิลท์อิน ย้ายจุดไฟและปลั๊กบางจุด | 7,000–12,000 บาท | โจทย์ที่ชัดว่า “ไม่พอใจเฉพาะบางห้อง” ส่วนที่เหลือยังอยู่ได้ |
| ระดับ 3 รีโนเวททั้งหลัง |
รื้อทั้งยูนิต ทำผนัง ฝ้า พื้นใหม่ เดินระบบไฟฟ้าและประปาใหม่ บิลท์อินทั้งบ้าน | 12,000–20,000 บาท | บ้านหรือคอนโดอายุ 10 ปีขึ้นไป ที่ระบบเดิมหมดอายุพร้อมกัน |
| ระดับ 4 รื้อถึงโครงสร้างและต่อเติม |
ทุบผนังรับน้ำหนัก ต่อเติมพื้นที่ เปลี่ยนหลังคา เสริมฐานราก งานที่ต้องมีวิศวกรเซ็นแบบ | 20,000–35,000 บาทขึ้นไป | บ้านเก่ามาก บ้านที่ต้องการเปลี่ยนผัง หรือเปลี่ยนประเภทการใช้งาน |
* ตัวเลขข้างต้นเป็นช่วงราคาโดยประมาณสำหรับงานในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมค่าแรงและวัสดุระดับกลาง แต่ยังไม่รวมค่าออกแบบ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ราคาต่อตารางเมตร คิดจากพื้นที่ไหน — จุดที่ใบเสนอราคาสองใบไม่เท่ากัน
นี่คือรายละเอียดที่ทำให้ใบเสนอราคาสองใบเทียบกันไม่ได้ทั้งที่ใช้หน่วยเดียวกัน ผู้รับเหมาบางเจ้าคิดจาก พื้นที่ใช้สอย (ตัวเลขที่เขียนในโฉนดหรือสัญญาคอนโด) บางเจ้าคิดจาก พื้นที่ผิวงานจริง ซึ่งรวมผนังทุกด้าน ฝ้า และพื้น ทำให้ตัวเลขต่างกันได้ถึง 2–3 เท่าบนงานเดียวกัน
ห้องขนาด 30 ตารางเมตรที่มีความสูงฝ้า 2.7 เมตร มีพื้นที่ผนังราว 60 ตารางเมตร บวกฝ้าและพื้นอีก 60 ตารางเมตร รวมผิวงานประมาณ 120 ตารางเมตร ถ้าเจ้าหนึ่งเสนอ “8,000 บาทต่อตารางเมตร” โดยหมายถึงพื้นที่ใช้สอย จะได้ 240,000 บาท แต่อีกเจ้าที่เสนอ “3,000 บาทต่อตารางเมตร” โดยหมายถึงผิวงาน จะได้ 360,000 บาท — ใบที่ดู “ถูกกว่า” กลับแพงกว่า
ทำไมราคาที่ค้นเจอในเน็ตถึงต่างกันเป็นสิบเท่า
เพราะคนที่โพสต์ว่า “รีโนเวทบ้านหมด 3 แสน” กับคนที่โพสต์ว่า “หมด 3 ล้าน” กำลังพูดถึงงานคนละระดับกันบนบ้านคนละขนาด แต่ทั้งคู่ใช้คำว่ารีโนเวทเหมือนกัน ตัวเลขในกระทู้และในคลิปจึงไม่ใช่ราคาตลาด มันคือผลลัพธ์ของสมการที่เราไม่เห็นตัวแปร
สมการนั้นมีแค่สองตัวแปร คือ ระดับงาน × พื้นที่ เมื่อรู้ทั้งสองค่าแล้ว ช่วงราคาจะแคบลงเหลือไม่กี่แสน ไม่ใช่ช่วงกว้างเป็นล้านอย่างที่รู้สึกตอนเริ่มหาข้อมูล
งบรีโนเวทหนึ่งก้อน ถูกแบ่งไปอยู่ตรงไหนบ้าง
ก่อนจะแบ่งงบได้ ต้องแยกให้ออกก่อนว่าคำสามคำที่คนใช้ปนกันตลอด หมายถึงคนละก้อนเงิน
ค่าแรงและวัสดุของงานที่ติดตั้งอยู่กับที่ — รื้อถอน ผนัง ฝ้า พื้น สี ระบบไฟฟ้าประปา บิลท์อิน สุขภัณฑ์ นี่คือก้อนใหญ่ที่สุดและเป็นก้อนที่ตัวเลขต่อตารางเมตรในหัวข้อก่อนหน้าอ้างถึง
ของที่ยกออกจากบ้านได้ — เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ผ้าม่าน พรม โคมไฟตั้งพื้น ของแต่ง ต้นไม้ บางโครงการรวมไว้ในสัญญาเดียวกัน บางโครงการเจ้าของซื้อเอง ต้องระบุให้ชัดตั้งแต่ต้น
ค่าบริการวิชาชีพของนักออกแบบ คิดแยกจากสองก้อนบน โดยทั่วไป 8–15% ของงบก่อสร้าง รายละเอียดของแต่ละรูปแบบการคิดค่าบริการอยู่ในบทความเฉพาะ
เมื่อแยกสามก้อนออกจากกันแล้ว งบก่อสร้างก้อนเดียวจะถูกกระจายไปตามสัดส่วนประมาณนี้ในงานรีโนเวทระดับกลาง
สัดส่วนนี้มีประโยชน์ตอนอ่านใบเสนอราคา ถ้าหมวดใดหมวดหนึ่งเบี่ยงจากนี้มาก ไม่ได้แปลว่าผิด แต่แปลว่ามีเหตุผลที่ควรถาม เช่น งานบิลท์อินที่กินไปครึ่งหนึ่งของงบมักหมายถึงสเปกวัสดุระดับสูงหรือปริมาณตู้ที่มากกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตกลงกันได้ ตราบใดที่รู้ตัวก่อนเซ็น
รีโนเวทบ้าน งบ 5 หมื่น – 3 แสน ทำอะไรได้บ้าง?
หัวข้อนี้ตอบคำถามที่คนค้นหามากที่สุด และตอบแบบตรงไปตรงมา ทุกช่วงงบด้านล่างอ้างอิงกับ ทาวน์เฮาส์สองชั้น พื้นที่ใช้สอย 120 ตารางเมตร อายุประมาณ 10–15 ปี เพื่อให้เทียบกันได้ ถ้าบ้านของคุณเล็กกว่านี้ ทุกช่วงงบจะทำได้มากกว่าที่เขียนไว้ตามสัดส่วน
รีโนเวทบ้าน งบ 50,000 บาท ทำอะไรได้บ้าง
งบ 50,000 บาทบนพื้นที่ 120 ตารางเมตร เท่ากับราว 420 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งต่ำกว่าระดับ 1 อยู่มาก พูดให้ตรงคือ นี่ไม่ใช่งบรีโนเวท แต่เป็นงบซ่อมและปรับผิวเฉพาะจุด และไม่มีอะไรผิดกับการยอมรับแบบนั้น
ทำได้จริง: ทาสีใหม่ 2–3 ห้อง เปลี่ยนดวงโคมทั้งบ้าน เปลี่ยนก๊อกและฝักบัว ติดวอลเปเปอร์หนึ่งผนังเด่น เปลี่ยนมือจับตู้เดิมทั้งหมด ซ่อมจุดรั่วซึมเล็กน้อย
ต้องยอมตัด: งานรื้อถอนทุกชนิด งานบิลท์อิน การย้ายจุดไฟหรือปลั๊ก งานห้องน้ำและครัวทั้งหมด
ถ้าฝืนทำจะพังตรงไหน: การพยายามทำครัวหรือห้องน้ำในงบนี้จะจบที่การใช้วัสดุที่อายุสั้นกว่างานรื้อถอนครั้งถัดไป ทำให้ต้องรื้อซ้ำภายในสามถึงห้าปี ซึ่งแพงกว่าการรอเก็บเงินอีกหนึ่งปีแล้วทำครั้งเดียว
รีโนเวทบ้าน งบ 100,000 บาท พอทำอะไรได้บ้าง
ราว 830 บาทต่อตารางเมตรสำหรับบ้านทั้งหลัง หรือพอสำหรับงานระดับ 2 บนพื้นที่ประมาณ 10 ตารางเมตร ซึ่งคือขนาดของห้องน้ำหนึ่งจุดหรือครัวหนึ่งชุดพอดี งบนี้จึงเป็น งบ “เลือกหนึ่งอย่าง”
ทำได้จริง: เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง — รีโนเวทห้องน้ำหนึ่งจุดแบบครบ (รื้อ กันซึม ปูใหม่ สุขภัณฑ์ใหม่) หรือ ครัวบิลท์อินขนาดกลางพร้อมเคาน์เตอร์ หรือ ทาสีทั้งบ้านพร้อมเปลี่ยนพื้นห้องนอนสองห้อง
ต้องยอมตัด: การทำสองอย่างพร้อมกัน งานระบบไฟฟ้าทั้งบ้าน พื้นทั้งหลัง
ถ้าฝืนทำจะพังตรงไหน: การแบ่งงบก้อนนี้ทำห้องน้ำสองจุดพร้อมกันมักจบที่การประหยัดค่ากันซึม ซึ่งเป็นงานที่มองไม่เห็นและเป็นงานที่พังแล้วต้องรื้อทุกอย่างที่ทำทับไว้
รีโนเวทบ้าน งบ 200,000 บาท (งบ 2 แสน) ทำอะไรได้บ้าง
ราว 1,670 บาทต่อตารางเมตร งบนี้เริ่มทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ และเป็นจุดที่การจัดลำดับเริ่มสำคัญกว่าการเลือกวัสดุ
ทำได้จริง: ห้องน้ำหนึ่งจุดครบ + ครัวบิลท์อิน + ทาสีทั้งบ้าน หรือถ้าไม่แตะครัวและห้องน้ำเลย งบนี้พอสำหรับงานระดับ 1 ทั้งหลัง คือทาสี เปลี่ยนพื้น เปลี่ยนดวงโคม และงานฝ้าบางส่วน
ต้องยอมตัด: การเดินระบบไฟฟ้าใหม่ทั้งบ้าน งานบิลท์อินห้องนอน การเปลี่ยนหน้าต่างหรือประตู
ถ้าฝืนทำจะพังตรงไหน: การกระจายงบบาง ๆ ให้ครบทุกห้องทำให้ทุกห้องดูดีขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่มีห้องไหนเสร็จจริง ผลคือความรู้สึก “เหมือนยังไม่ได้ทำอะไร” ทั้งที่จ่ายไปสองแสนแล้ว
รีโนเวทบ้าน งบ 300,000 บาท (งบ 3 แสน) รีโนเวททั้งหลังได้ไหม
คำตอบตรง ๆ คือ สำหรับบ้าน 120 ตารางเมตร ยังไม่ได้ และเลขคำนวณง่ายมาก งานระดับ 1 ซึ่งเป็นระดับที่ถูกที่สุด เริ่มที่ 3,000 บาทต่อตารางเมตร ดังนั้น 300,000 บาทหารด้วย 3,000 เท่ากับ 100 ตารางเมตร พอดี
ตัวเลขนี้ตอบคำถามได้ทั้งสองทาง
- บ้านหรือทาวน์เฮาส์ 120–150 ตร.ม. — งบ 3 แสนไม่พอสำหรับงานทั้งหลังแม้ในระดับที่เบาที่สุด ต้องเลือกทำเป็นโซนหรือแบ่งเป็นเฟส
- คอนโดหรือบ้านขนาด 40–60 ตร.ม. — งบ 3 แสนพอสำหรับงานระดับ 2 ได้สบาย และแตะระดับ 3 ได้ถ้าห้องเล็กกว่า 40 ตารางเมตร
กระทู้และคลิปที่ชื่อว่า “รีโนเวทบ้านทั้งหลังในงบ 3 แสน” ส่วนใหญ่จึงเป็นบ้านไม้หรือบ้านชั้นเดียวขนาดเล็กในต่างจังหวัด ที่ค่าแรงต่ำกว่ากรุงเทพฯ และเจ้าของลงแรงเองบางส่วน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ควรอ่านให้ครบก่อนตั้งงบตาม
ทำได้จริง (บ้าน 120 ตร.ม.): งานที่จำเป็นทั้งหมด (กันซึม ระบบไฟฟ้า) + ห้องน้ำหนึ่งจุด + ครัวแบบลดสเปก โดยเลื่อนงานความสวยงามไปเฟสสอง — ดูตัวอย่างการจัดสรรจริงในหัวข้อถัดไป
ทำได้จริง (คอนโด 40 ตร.ม.): งานระดับ 2 ทั้งยูนิต คือครัว ห้องน้ำ พื้น สี และบิลท์อินห้องนอน
ถ้าฝืนทำจะพังตรงไหน: การยืนยันทำทั้งหลังในงบนี้บนบ้าน 120 ตารางเมตร บังคับให้ทุกหมวดลดสเปกพร้อมกัน ซึ่งได้บ้านที่ดูใหม่ในปีแรกและกลับมาเหมือนเดิมในปีที่สาม
ถ้างบไม่พอ ควรตัดอะไรก่อน?
ทุกโครงการที่เคยผ่านมือ ตัวเลขแรกที่ประเมินได้มักสูงกว่างบที่ตั้งไว้ นี่เป็นเรื่องปกติจนถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของงาน ไม่ใช่สัญญาณว่าทำผิด สิ่งที่แยกโครงการที่จบสวยออกจากโครงการที่จบแบบเสียดาย คือ ลำดับการตัด ไม่ใช่จำนวนที่ตัด
ชั้นที่ 1 — ตัดได้ทันที ไม่กระทบอะไร
- เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและของแต่ง — ทยอยซื้อได้ตลอดชีวิตของบ้าน
- ผ้าม่านและพรม — เปลี่ยนทีหลังไม่ต้องรื้ออะไร
- วัสดุผิวหน้าเกรดพรีเมียม — เปลี่ยนจากหินจริงเป็นลามิเนตลายหินได้โดยโครงสร้างงานเหมือนเดิม
- ระบบสมาร์ทโฮมส่วนเสริม — ถ้าเดินสายเผื่อไว้แล้ว ติดตั้งทีหลังได้
ชั้นที่ 2 — เลื่อนไปเฟสสองได้ ถ้าเตรียมจุดต่อไว้
- บิลท์อินห้องนอน — ใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวไปก่อนได้หลายปี
- ห้องน้ำจุดที่สอง — ถ้ามีจุดหนึ่งที่ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว
- พื้นชั้นบน — ถ้าพื้นเดิมยังไม่ผุและไม่มีปัญหาปลวก
- งานฝ้าตกแต่งและไฟซ่อน — เดินสายเผื่อไว้ แล้วทำฝ้าทีหลัง
ชั้นที่ 3 — ห้ามตัดเด็ดขาด
สี่รายการนี้มีจุดร่วมเดียวกันคือ เป็นงานที่มองไม่เห็นและอยู่ใต้งานที่มองเห็น การตัดมันออกไม่ได้ประหยัดเงิน แต่เป็นการเลื่อนค่าใช้จ่ายไปพร้อมกับค่ารื้อของใหม่ที่เพิ่งทำทับไว้
- งานกันซึม — ห้องน้ำ ระเบียง และดาดฟ้า น้ำรั่วลงชั้นล่างหมายถึงรื้อฝ้า พื้น และงานสีที่เพิ่งทำเสร็จ
- ระบบไฟฟ้าที่หมดอายุ — สายไฟอายุเกิน 15 ปีในบ้านที่เพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้ามาตลอด เป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และการเดินใหม่ทีหลังต้องรื้อผนังที่เพิ่งทาสี
- ปลวกและโครงสร้างไม้ — ตรวจและจัดการก่อนปิดผนังเสมอ ปลวกไม่หยุดเองและงานบิลท์อินคืออาหาร
- ท่อน้ำทิ้งและระบบระบายน้ำ — ท่อตันหรือความลาดเอียงไม่พอ จะแสดงผลหลังเข้าอยู่แล้ว ตอนนั้นแก้ได้ทางเดียวคือรื้อพื้น
หลักการเดียวที่ใช้ได้กับทุกโครงการ คือ งานที่ต้องรื้อของอื่นเพื่อทำ ให้ทำก่อนเสมอ ส่วนงานที่ทำทีหลังได้โดยไม่รื้ออะไร ให้เลื่อนได้ทุกครั้งที่งบตึง
ตัวอย่างประกอบ: ทาวน์เฮาส์ 120 ตร.ม. งบ 300,000 บาท จัดสรรอย่างไร (โจทย์สมมติ)
สมมติว่าเจ้าของทาวน์เฮาส์สองชั้น อายุ 12 ปี พื้นที่ใช้สอย 120 ตารางเมตร มีงบ 300,000 บาทพอดี และมีรายการที่อยากทำห้ารายการ คือทาสีทั้งบ้าน ทำครัวใหม่ ทำห้องน้ำใหม่สองจุด เปลี่ยนพื้นชั้นบน และบิลท์อินห้องนอน
เมื่อประเมินราคาออกมาครั้งแรก ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 780,000 บาท หรือ 2.6 เท่าของงบที่มี นี่คือช่วงเวลาที่เกิดขึ้นกับเกือบทุกโครงการ และเป็นจุดที่การจัดลำดับตามหัวข้อที่ 4 เริ่มทำงาน
| รายการ | ประเมินครั้งแรก | ที่ทำจริง | เหตุผล |
|---|---|---|---|
| กันซึมและซ่อมรอยรั่วห้องน้ำชั้นบน | 45,000 | 45,000 | ห้ามตัด — รั่วลงชั้นล่างแล้วต้องรื้องานที่เพิ่งทำทั้งหมด |
| เดินระบบไฟฟ้าใหม่ทั้งบ้าน | 90,000 | 90,000 | ห้ามตัด — สายเดิมอายุ 12 ปี และทำทีหลังต้องรื้อผนังที่เพิ่งทาสี |
| ห้องน้ำ 2 จุด | 180,000 | 85,000 | ทำ 1 จุดที่ใช้ทุกวัน อีกจุดเลื่อนเป็นเฟส 2 |
| ครัวบิลท์อิน | 160,000 | 65,000 | ลดจากบิลท์อินเต็มระบบเป็นเคาน์เตอร์และตู้แขวนบางส่วน |
| ทาสีทั้งบ้าน | 55,000 | 0 | เจ้าของทำเองช่วงวันหยุด |
| พื้นไม้ชั้นบน | 140,000 | 0 | พื้นเดิมยังไม่ผุ เลื่อนเป็นเฟส 2 |
| บิลท์อินห้องนอน | 110,000 | 0 | ใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวไปก่อน |
| เผื่อสำรอง | — | 15,000 | งานรื้อแล้วเจอของจริงเสมอ |
| รวม | 780,000 | 300,000 |
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่การ “ทำได้น้อยลง” แต่คือการเรียงลำดับใหม่ — สี่ในเจ็ดรายการถูก เลื่อน ไม่ใช่ยกเลิก และสองรายการที่ห้ามตัดกินงบไป 135,000 บาท หรือ 45% ของทั้งหมด ก่อนที่จะมีอะไรที่มองเห็นได้เกิดขึ้นเลยสักอย่าง
หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อการอธิบายวิธีจัดลำดับงบเท่านั้น ไม่ใช่ราคาอ้างอิงของตลาด และไม่ได้มาจากโครงการของลูกค้ารายใด
งบที่คุณมี ทำอะไรได้บ้างจริง ๆ?
เริ่มจาก Space Transformation Audit เซสชันปรึกษาเชิงลึก 60 นาที เพื่อประเมินพื้นที่จริง จัดลำดับงานที่ต้องทำก่อน และดูว่างบที่ตั้งไว้พอกับขอบเขตงานที่ต้องการหรือไม่ (฿3,800 จากปกติ ฿4,500)
จองเซสชันประเมินพื้นที่ (Space Transformation Audit)รีโนเวทคอนโด ราคาเท่าไหร่? คิดตามขนาดห้อง 25–60 ตร.ม.
คอนโดคำนวณง่ายกว่าบ้าน เพราะพื้นที่ชัดเจน ผังมาตรฐาน และไม่มีงานหลังคาหรือโครงสร้างภายนอกเข้ามาเกี่ยว ตารางด้านล่างใช้ราคาระดับ 2 และระดับ 3 จากหัวข้อแรกคูณด้วยพื้นที่
| ขนาดห้อง | ระดับ 2 — รีโนเวทบางส่วน | ระดับ 3 — รีโนเวททั้งยูนิต |
|---|---|---|
| 25 ตร.ม. (สตูดิโอ) | 175,000–300,000 บาท | 300,000–500,000 บาท |
| 30 ตร.ม. | 210,000–360,000 บาท | 360,000–600,000 บาท |
| 35 ตร.ม. (1 ห้องนอน) | 245,000–420,000 บาท | 420,000–700,000 บาท |
| 40 ตร.ม. | 280,000–480,000 บาท | 480,000–800,000 บาท |
| 60 ตร.ม. (2 ห้องนอน) | 420,000–720,000 บาท | 720,000–1,200,000 บาท |
รีโนเวทคอนโด 30 ตร.ม. ราคาประมาณเท่าไหร่
ห้อง 30 ตารางเมตรเป็นขนาดที่พบบ่อยที่สุดในกรุงเทพฯ และเป็นขนาดที่คนถามราคามากที่สุด คำตอบคือ ประมาณ 210,000–360,000 บาทสำหรับงานบางส่วน และ 360,000–600,000 บาทสำหรับงานทั้งยูนิต
งานทั้งยูนิตในห้องขนาดนี้โดยทั่วไปครอบคลุมการรื้อบิลท์อินเดิมทั้งหมด ทำครัวใหม่ ห้องน้ำใหม่ พื้นใหม่ทั้งห้อง ฝ้าและไฟใหม่ บิลท์อินตู้เสื้อผ้าและหัวเตียง พร้อมงานสีทั้งหมด
ห้อง 25 / 35 / 40 / 60 ตร.ม. ต่างกันตรงไหนนอกจากขนาด
สิ่งที่ทำให้ราคาต่อตารางเมตรของห้องเล็กสูงกว่าห้องใหญ่ ไม่ใช่ขนาด แต่คือ สัดส่วนของห้องน้ำและครัวต่อพื้นที่ทั้งหมด ห้องน้ำและครัวเป็นสองจุดที่แพงที่สุดต่อตารางเมตรในทุกโครงการ เพราะรวมงานระบบ งานกันซึม และสุขภัณฑ์ไว้ในพื้นที่แคบ
สตูดิโอ 25 ตารางเมตรกับห้อง 60 ตารางเมตรมีห้องน้ำขนาดใกล้เคียงกัน ดังนั้นในห้องเล็ก ต้นทุนก้อนคงที่นี้จะถูกหารด้วยพื้นที่ที่น้อยกว่า ทำให้ตัวเลขต่อตารางเมตรสูงกว่าโดยที่งานไม่ได้แพงกว่าจริง
ค่าใช้จ่ายเฉพาะของคอนโดที่บ้านเดี่ยวไม่มี
สี่รายการนี้แทบไม่เคยปรากฏในใบเสนอราคา เพราะเป็นเงินที่จ่ายให้นิติบุคคลหรืออาคาร ไม่ใช่จ่ายให้ผู้รับเหมา แต่เป็นเงินจริงที่ต้องเตรียม
- เงินประกันความเสียหายกับนิติบุคคล — โดยทั่วไป 10,000–50,000 บาท คืนเมื่องานเสร็จและตรวจพื้นที่ส่วนกลางแล้ว
- ค่าใช้ลิฟต์ขนของและค่าปูกันลิฟต์ — บางอาคารคิดรายวัน บางอาคารคิดครั้งเดียว
- ชั่วโมงทำงานที่จำกัด — อาคารส่วนใหญ่อนุญาตงานเสียงดังเฉพาะวันธรรมดา 09:00–17:00 ทำให้ระยะเวลางานยาวกว่าบ้านเดี่ยว 20–40% และค่าแรงเพิ่มตามวันทำงาน
- การขนเศษวัสดุทางเดียว — ต้องขนลงลิฟต์ทีละเที่ยว ไม่มีทางเทกองหน้าบ้านแบบบ้านเดี่ยว ค่ารื้อถอนและขนทิ้งในคอนโดจึงสูงกว่าบ้านที่ปริมาณเท่ากัน
งบรีโนเวทออฟฟิศและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ต่างจากที่อยู่อาศัยอย่างไร
ออฟฟิศ ร้านค้า และร้านอาหารใช้ตรรกะการตั้งงบคนละชุดกับที่อยู่อาศัย เพราะตัวแปรที่แพงที่สุดมักไม่ใช่ตัวงาน แต่เป็นเวลา
ค่าใช้จ่ายที่โครงการที่อยู่อาศัยไม่มี
- ค่าเช่าที่ยังเดินระหว่างก่อสร้าง — พื้นที่เช่าส่วนใหญ่เริ่มนับค่าเช่าตั้งแต่วันรับมอบพื้นที่ ทุกสัปดาห์ที่งานยืดคือค่าเช่าที่จ่ายโดยยังไม่มีรายได้ ควรบวกเข้าไปในงบตั้งแต่แรก และเป็นเหตุผลที่งานเชิงพาณิชย์ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้เสร็จเร็วขึ้น
- งานกลางคืนและค่าล่วงเวลา — อาคารสำนักงานและห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่อนุญาตงานเสียงดังนอกเวลาทำการเท่านั้น ค่าแรงกลางคืนสูงกว่าปกติ 30–50%
- ระบบดับเพลิงและงานระบบตามข้อกำหนดอาคาร — หัวสปริงเกอร์ ไฟฉุกเฉิน ป้ายทางหนีไฟ และการเดินระบบปรับอากาศใหม่ให้ผ่านการตรวจ เป็นงานที่ที่อยู่อาศัยแทบไม่เจอ
- การคืนสภาพพื้นที่เมื่อหมดสัญญา — สัญญาเช่าจำนวนมากกำหนดให้รื้อทุกอย่างกลับเป็นพื้นที่เปล่า ค่ารื้อก้อนนี้เกิดขึ้นแน่นอนในอนาคต และควรกันไว้ตั้งแต่วันตั้งงบ
ผลรวมของสี่ข้อนี้ทำให้ราคาต่อตารางเมตรของงานเชิงพาณิชย์อยู่ในช่วงเดียวกับที่อยู่อาศัยระดับ 3 ถึง 4 แม้ขอบเขตงานจะดูเบากว่า
งบรวมทั้งโครงการควรเตรียมเท่าไหร่? (คอนโด บ้าน ออฟฟิศ)
ตารางนี้คือคำตอบรวบยอดของบทความ รวมทั้งสามก้อนจากหัวข้อที่ 2 เข้าด้วยกัน — งบก่อสร้าง ค่าออกแบบ และเงินสำรอง ตัวเลขอ้างอิงงานระดับกลางในกรุงเทพฯ
| ประเภทโครงการ | ขนาดอ้างอิง | ค่าก่อสร้าง + วัสดุ | ค่าออกแบบ (~10%) | เผื่อสำรอง 10–15% | งบรวมที่ควรเตรียม |
|---|---|---|---|---|---|
| คอนโด | 30 ตร.ม. | 360,000–600,000 | 36,000–60,000 | 40,000–90,000 | 440,000–750,000 บาท |
| คอนโด | 45 ตร.ม. | 540,000–900,000 | 54,000–90,000 | 60,000–135,000 | 650,000–1,130,000 บาท |
| ทาวน์เฮาส์ | 120 ตร.ม. | 1,000,000–2,000,000 | 100,000–200,000 | 110,000–300,000 | 1.2–2.5 ล้านบาท |
| บ้านเดี่ยว | 200 ตร.ม. | 2,000,000–4,000,000 | 200,000–400,000 | 220,000–600,000 | 2.4–5.0 ล้านบาท |
| ออฟฟิศ | 100 ตร.ม. | 800,000–2,000,000 | 80,000–200,000 | 90,000–300,000 | 970,000–2.5 ล้านบาท |
| ร้านอาหาร / คาเฟ่ | 80 ตร.ม. | 800,000–2,000,000 | 80,000–200,000 | 90,000–300,000 | 970,000–2.5 ล้านบาท |
* ค่าก่อสร้างและวัสดุขึ้นอยู่กับระดับงานและสเปกวัสดุที่เลือก ตัวเลขข้างต้นเป็นการประมาณการสำหรับงานระดับกลางในกรุงเทพฯ และยังไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและเครื่องใช้ไฟฟ้า
ค่าออกแบบคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของงบรวม
โดยทั่วไปค่าออกแบบภายในอยู่ที่ 8–15% ของงบก่อสร้างและวัสดุ โดยขยับตามความซับซ้อนของงานและระดับบริการ ตั้งแต่ออกแบบอย่างเดียวไปจนถึงบริการเต็มรูปแบบที่รวมการคุมงาน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการวางงบก้อนนี้ คือการ หัก ค่าออกแบบออกจากงบเดิม แทนที่จะ เผื่อ เพิ่มเข้าไป ถ้าตั้งงบก่อสร้างไว้ 1,000,000 บาท ควรกันค่าออกแบบอีกราว 80,000–150,000 บาท ไม่ใช่ตัดงานก่อสร้างลงเหลือ 880,000 บาทเพื่อจ่ายค่าแบบ เพราะสิ่งที่ถูกตัดออกมักเป็นงานระบบที่มองไม่เห็น
รายละเอียดของทั้งสี่รูปแบบการคิดค่าบริการ ระดับราคาแต่ละแบบ และสิ่งที่ควรได้รับในแต่ละระดับ อ่านต่อได้ที่ ค่าออกแบบภายในคิดอย่างไร? ราคาและรูปแบบการคิดค่าบริการ
เผื่อเงินสำรอง (Contingency) เท่าไหร่ถึงจะพอ
งานสร้างใหม่เผื่อ 10% ก็เพียงพอ แต่ งานรีโนเวทควรเผื่อ 15–20% และเหตุผลไม่ใช่ความไม่แน่นอนของราคา แต่คือความไม่แน่นอนของสิ่งที่อยู่หลังผนัง
ในงานสร้างใหม่ ทุกอย่างเริ่มจากศูนย์และถอดปริมาณจากแบบได้ครบ ส่วนงานรีโนเวท ปริมาณจริงจะรู้ก็ต่อเมื่อรื้อแล้ว ท่อที่คิดว่าใช้ได้กลับผุ ผนังที่คิดว่าก่ออิฐกลับเป็นผนังเบา พื้นที่คิดว่าเรียบกลับต้องปรับระดับ สามอย่างนี้เจอในเกือบทุกโครงการ และไม่มีใครมองเห็นล่วงหน้าได้จากการเดินดูหน้างาน
9 ค่าใช้จ่ายที่คนทำงบพลาดบ่อยที่สุด
รายการเหล่านี้ไม่ได้ถูกซ่อน แต่มักไม่อยู่ในใบเสนอราคาเพราะไม่ใช่งานของผู้รับเหมา รวมกันแล้วมักคิดเป็น 10–20% ของงบที่ตั้งไว้ตอนแรก
- ค่ารื้อถอนและขนเศษวัสดุทิ้ง — ใบเสนอราคาที่ถูกผิดปกติมักไม่มีรายการนี้ แต่งานนี้ต้องเกิดขึ้นแน่นอน
- ค่าที่พักระหว่างก่อสร้าง — งานระดับ 3 ขึ้นไปอยู่อาศัยระหว่างทำไม่ได้ ค่าเช่าที่พัก 2–4 เดือนเป็นเงินก้อนจริง
- ค่าขนย้ายและค่าเก็บของ — ทั้งขาออกและขากลับ บวกค่าโกดังฝากของถ้าบ้านไม่มีที่เก็บ
- เงินประกันและค่าธรรมเนียมนิติบุคคล — เฉพาะคอนโดและอาคารสำนักงาน
- ค่าขออนุญาตดัดแปลงอาคาร — จำเป็นเมื่อมีการต่อเติมหรือเปลี่ยนโครงสร้าง รวมค่าเขียนแบบยื่นและค่าวิศวกรเซ็นรับรอง
- งานเพิ่มหน้างานจากสิ่งที่เจอตอนรื้อ — นี่คือรายการที่เงินสำรองมีไว้รองรับ
- ค่าทำความสะอาดหลังงานเสร็จ (Big Cleaning) — งานรีโนเวททิ้งฝุ่นละเอียดไว้ทุกซอก ทำเองได้แต่ใช้เวลาหลายวัน
- ผ้าม่าน มุ้งลวด และงานติดตั้งหลังงานหลัก — วัดขนาดได้ก็ต่อเมื่องานหลักเสร็จ จึงมักตกสำรวจตอนทำงบ
- เครื่องใช้ไฟฟ้าและสุขภัณฑ์ที่เจ้าของจัดหาเอง — ต้องระบุให้ชัดว่ารายการไหนอยู่ในสัญญา รายการไหนไม่อยู่
วิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือขอใบเสนอราคาแบบแจกแจงรายการ แล้วไล่ถามว่ารายการใดบ้าง “ไม่รวม” อยู่ในนั้น ส่วนสัญญาณอันตรายอื่น ๆ ที่ควรจับให้ได้ตั้งแต่ก่อนเซ็น อ่านต่อได้ที่ ผู้รับเหมาตกแต่งภายใน คืออะไร? และวิธีเลือกผู้รับเหมาที่เชื่อถือได้
วิธีตั้งงบรีโนเวทของตัวเอง 5 ขั้นตอน
ห้าขั้นตอนนี้ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมง และให้ตัวเลขที่แม่นกว่าการขอใบเสนอราคาสิบเจ้าโดยยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
- วัดพื้นที่จริงที่จะทำ ไม่ใช่พื้นที่ทั้งบ้าน ถ้าทำแค่ชั้นล่าง ให้ใช้ตัวเลขชั้นล่าง
- เลือกระดับงานจากตารางในหัวข้อแรก โดยดูจากสภาพระบบเดิม ไม่ใช่จากความอยากได้ — บ้านอายุเกิน 15 ปีที่ยังไม่เคยเดินไฟใหม่ อยู่ระดับ 3 โดยปริยาย
- คูณพื้นที่ด้วยช่วงราคา จะได้ช่วงงบก่อสร้าง แล้วบวกค่าออกแบบ 10% และเงินสำรอง 15%
- เทียบกับเงินที่มีจริง ถ้าไม่พอ กลับไปหัวข้อที่ 4 แล้วตัดตามลำดับชั้น อย่าตัดด้วยการลดสเปกทุกหมวดพร้อมกัน
- แปลงตัวเลขให้เป็นเอกสาร เมื่อขอบเขตนิ่งแล้ว ให้ทำเป็นรายการงานพร้อมปริมาณและหน่วย เพื่อให้ผู้รับเหมาทุกเจ้ากรอกราคาบนรายการเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 5 คือจุดที่งบกลายเป็นเอกสารที่ตรวจสอบได้ วิธีอ่านและตรวจสอบเอกสารนั้นทีละบรรทัดอยู่ที่ BOQ คืออะไร? วิธีอ่าน ตรวจสอบ และเทียบราคาผู้รับเหมา และถ้ายังไม่แน่ใจว่ากระบวนการทั้งหมดตั้งแต่คุยครั้งแรกจนงานเสร็จมีกี่ขั้น อ่านภาพรวมได้ที่ ขั้นตอนการออกแบบตกแต่งภายใน มีกี่ขั้นตอน?
มุมมองจาก Rubin’s Interior: งบที่ตั้งจากพื้นที่จริง ต่างจากงบที่ตั้งจากตัวเลขในเน็ต
ลูกค้าส่วนใหญ่มาพร้อมตัวเลขที่ได้จากการค้นหา และตัวเลขนั้นมักไม่ผิด — มันแค่เป็นของบ้านหลังอื่น ความต่างระหว่างงบที่ใช้ได้กับงบที่ต้องรื้อทำใหม่กลางทาง ไม่ได้อยู่ที่ความแม่นของราคาต่อตารางเมตร แต่อยู่ที่ว่าได้เห็นสภาพจริงหลังผนังหรือยัง
ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ทำให้งบบานปลายบ่อยที่สุดไม่ใช่ราคาวัสดุที่ขึ้น แต่คือ ขอบเขตงานที่ขยายทีละนิดโดยไม่มีใครนับ ย้ายปลั๊กเพิ่มสามจุด เปลี่ยนใจเรื่องบานตู้ ขอเพิ่มไฟซ่อนอีกเส้น แต่ละอย่างดูเล็กและมักไม่ถูกบันทึกเป็นงานเพิ่ม จนรวมกันกลายเป็นหลายหมื่นตอนสรุปงวดสุดท้าย การมีรายการงานที่เขียนไว้ตั้งแต่ต้นจึงไม่ใช่เรื่องของความไม่ไว้ใจ แต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าอะไรอยู่ในราคาและอะไรไม่อยู่
5 คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนตั้งงบ
- บ้านหรือห้องนี้อายุเท่าไหร่ และเคยเดินระบบไฟฟ้าประปาใหม่หรือยัง
- ปัญหาที่ทนไม่ได้จริง ๆ คืออะไร และมันแก้ได้ด้วยงานระดับไหน
- ถ้าต้องเลือกทำแค่สามอย่างในบ้านทั้งหลัง จะเลือกอะไร
- จะอยู่บ้านหลังนี้ต่ออีกกี่ปี — คำตอบนี้เปลี่ยนระดับสเปกที่คุ้มค่า
- ถ้างานเพิ่มขึ้น 15% จากที่ประเมิน ยังจ่ายไหวหรือไม่
Framework: งบรีโนเวทที่ตั้งถูกต้องควรมีอะไรบ้าง
| องค์ประกอบ | เหตุผล |
|---|---|
| พื้นที่จริงที่จะทำ เป็นตารางเมตร | เป็นตัวคูณของทุกอย่าง ต้องนิ่งก่อนคำนวณ |
| ระดับงานที่เลือกไว้ชัดเจน | กันการเทียบราคาข้ามระดับ ซึ่งเทียบไม่ได้ |
| ลำดับความสำคัญของงาน | ใช้ตอนงบไม่พอ ซึ่งเกิดขึ้นเกือบทุกโครงการ |
| ค่าออกแบบที่เผื่อไว้ต่างหาก | ไม่ใช่หักจากงบก่อสร้าง |
| เงินสำรอง 15–20% | ปริมาณจริงรู้ได้ต่อเมื่อรื้อแล้ว |
| รายการที่ระบุว่า “ไม่รวม” | กันค่าใช้จ่ายแฝงทั้งเก้าข้อในหัวข้อที่ 8 |
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการตั้งงบจากเงินที่มี แล้วค่อยหาว่าเงินเท่านั้นทำอะไรได้ ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผลแต่ให้ผลตรงข้าม เพราะมันบังคับให้ขอบเขตงานยืดหยุ่นตามเงิน แทนที่จะให้เงินเป็นตัวกำหนดว่าจะทำแค่ไหนแล้วหยุด เจ้าของที่เริ่มจากคำถาม “งานที่จำเป็นจริง ๆ คืออะไร” แล้วค่อยดูว่างบพอถึงไหน มักจบด้วยบ้านที่เสร็จเป็นส่วน ๆ อย่างสมบูรณ์ ส่วนเจ้าของที่เริ่มจากตัวเลข มักจบด้วยบ้านที่ทำครบทุกห้องแต่ไม่เสร็จสักห้อง
อยากรู้ว่างบที่คุณมี ทำอะไรได้บ้าง
ดูบริการรับออกแบบตกแต่งภายในบ้านและคอนโดของ Rubin’s Interior ที่เริ่มจากการประเมินพื้นที่จริงและจัดลำดับงานตามงบ ก่อนจะลงมือออกแบบ
ดูบริการออกแบบบ้านและคอนโดบทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: รีโนเวทบ้าน ราคาเท่าไหร่?
ราคารีโนเวทบ้านในกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 3,000–35,000 บาทต่อตารางเมตร ขึ้นกับระดับงาน โดยงานปรับผิวและทาสีอยู่ที่ 3,000–6,000 บาท งานรีโนเวทบางส่วน 7,000–12,000 บาท งานรีโนเวททั้งหลัง 12,000–20,000 บาท และงานที่รื้อถึงโครงสร้างหรือต่อเติม 20,000–35,000 บาทขึ้นไป คูณด้วยพื้นที่ที่จะทำจริงเพื่อได้ช่วงงบก่อสร้าง
Q: รีโนเวทบ้าน งบ 3 แสน ทำอะไรได้บ้าง?
งบ 300,000 บาทหารด้วยราคางานระดับที่ถูกที่สุดคือ 3,000 บาทต่อตารางเมตร ได้พื้นที่ประมาณ 100 ตารางเมตร ดังนั้นสำหรับคอนโดหรือบ้านขนาด 40–60 ตารางเมตร งบนี้ทำงานรีโนเวทบางส่วนได้สบาย แต่สำหรับบ้านหรือทาวน์เฮาส์ 120 ตารางเมตรขึ้นไป งบนี้ยังไม่พอสำหรับงานทั้งหลังแม้ในระดับที่เบาที่สุด ต้องเลือกทำเป็นโซนหรือแบ่งเป็นเฟส
Q: รีโนเวทบ้าน งบ 100,000 บาท พอไหม?
พอสำหรับงานหนึ่งอย่าง ไม่ใช่หลายอย่างพร้อมกัน งบนี้ครอบคลุมการรีโนเวทห้องน้ำหนึ่งจุดแบบครบ หรือครัวบิลท์อินขนาดกลางหนึ่งชุด หรือการทาสีทั้งบ้านพร้อมเปลี่ยนพื้นห้องนอนสองห้อง การพยายามทำสองอย่างพร้อมกันในงบนี้มักจบที่การลดสเปกงานที่มองไม่เห็น เช่น งานกันซึม ซึ่งเป็นงานที่พังแล้วต้องรื้อทุกอย่างที่ทำทับไว้
Q: ราคารีโนเวทคิดต่อตารางเมตรอย่างไร?
ต้องถามก่อนว่าคิดจากพื้นที่ใช้สอยหรือพื้นที่ผิวงาน เพราะผู้รับเหมาแต่ละเจ้าใช้ฐานต่างกันและทำให้ตัวเลขต่างกันได้ 2–3 เท่าบนงานเดียวกัน ห้อง 30 ตารางเมตรที่ฝ้าสูง 2.7 เมตร มีพื้นที่ผิวงานรวมราว 120 ตารางเมตร ดังนั้นใบที่เสนอ 3,000 บาทต่อตารางเมตรผิวงาน แพงกว่าใบที่เสนอ 8,000 บาทต่อตารางเมตรพื้นที่ใช้สอย
Q: รีโนเวทคอนโด 30 ตร.ม. ราคาประมาณเท่าไหร่?
ประมาณ 210,000–360,000 บาทสำหรับงานรีโนเวทบางส่วน เช่น ทำครัวหรือห้องน้ำใหม่พร้อมงานสีและบิลท์อินบางจุด และประมาณ 360,000–600,000 บาทสำหรับงานทั้งยูนิต ที่รวมการรื้อบิลท์อินเดิม ทำครัวและห้องน้ำใหม่ พื้น ฝ้า ไฟ และบิลท์อินทั้งห้อง ทั้งนี้ยังไม่รวมเงินประกันนิติบุคคลและค่าใช้ลิฟต์ขนของ
Q: งบประมาณตกแต่งภายใน ต่างจากงบรีโนเวทอย่างไร?
งบรีโนเวทหรืองบก่อสร้างคือค่าแรงและวัสดุของงานที่ติดตั้งอยู่กับที่ เช่น ผนัง ฝ้า พื้น ระบบไฟฟ้า และบิลท์อิน ส่วนงบตกแต่งภายในหมายถึงของที่ยกออกจากบ้านได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ผ้าม่าน พรม และของแต่ง ส่วนค่าออกแบบเป็นก้อนที่สาม คิดแยกจากทั้งสองก้อน การแยกสามก้อนนี้ให้ชัดตั้งแต่ต้นคือสิ่งที่ทำให้เทียบใบเสนอราคาได้ตรงกัน
Q: ควรเผื่อเงินสำรองกี่เปอร์เซ็นต์?
งานสร้างใหม่เผื่อ 10% เพียงพอ แต่งานรีโนเวทควรเผื่อ 15–20% เพราะปริมาณงานจริงรู้ได้ต่อเมื่อรื้อแล้ว สิ่งที่เจอบ่อยคือท่อที่ผุกว่าที่คาด ผนังที่ไม่ใช่วัสดุอย่างที่คิด และพื้นที่ต้องปรับระดับ ทั้งสามอย่างมองไม่เห็นจากการเดินสำรวจหน้างาน
Q: รีโนเวทบ้านต้องขออนุญาตไหม และมีค่าใช้จ่ายอะไร?
งานที่ไม่แตะโครงสร้างและไม่เพิ่มพื้นที่ เช่น ทาสี เปลี่ยนพื้น หรือทำบิลท์อิน โดยทั่วไปไม่ต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคาร แต่งานที่ทุบผนังรับน้ำหนัก ต่อเติมพื้นที่ เปลี่ยนหลังคา หรือเปลี่ยนประเภทการใช้งาน ต้องยื่นขออนุญาตและมีค่าเขียนแบบยื่นพร้อมค่าวิศวกรเซ็นรับรอง สำหรับคอนโด ต้องขออนุญาตจากนิติบุคคลเสมอแม้เป็นงานเบา
Q: ค่าออกแบบรวมอยู่ในงบรีโนเวทแล้วหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่รวม ค่าออกแบบคิดแยกที่ประมาณ 8–15% ของงบก่อสร้าง และควรเผื่อเพิ่มเข้าไปในงบรวม ไม่ใช่หักออกจากงบก่อสร้างเดิม เพราะการหักออกมักทำให้ต้องตัดงานระบบที่มองไม่เห็นเพื่อรักษางบให้เท่าเดิม
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีย์ Interior Design 101 โดย Rubin’s Interior Design — บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในในกรุงเทพฯ ให้บริการทั้งงานที่พักอาศัย ออฟฟิศ และร้านอาหาร