Service > ออกแบบร้านอาหาร & CAFE

ออกแบบร้านอาหาร & CAFE

ร้านอาหารและ Cafe ที่ประสบความสำเร็จไม่ได้แค่เสิร์ฟอาหารอร่อย — แต่สร้างประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาและแชร์ต่อ

ออกแบบตกแต่งภายในร้านอาหารและคาเฟ่ในกรุงเทพฯ โดย Rubin's Interior Design

ปัญหาที่เราพบบ่อย

ลูกค้าไม่นั่งนาน รายได้ต่อโต๊ะน้อยกว่าที่ควร
บรรยากาศไม่ตรงกับ Brand ที่วางไว้
ไม่มีจุดถ่ายรูปที่ดึงดูดและแชร์ได้ทันที
Traffic flow ทำให้พนักงานเสิร์ฟช้าและผิดพลาด

ตัวอย่างปัญหาการจัดผังร้านอาหารที่ทำให้ลูกค้าไม่นั่งนานและรายได้ต่อโต๊ะลดลง

รับออกแบบตกแต่งร้านอาหารและคาเฟ่ครบวงจร คืออะไร

รับออกแบบตกแต่งร้านอาหารและคาเฟ่ครบวงจร คือการดูแลพื้นที่ร้านตั้งแต่ต้นจนพร้อมเปิดบริการโดยผู้รับผิดชอบเดียว ตั้งแต่วิเคราะห์เมนูและกลุ่มลูกค้า วางผังครัวและที่นั่ง ออกแบบภาพ 3 มิติและอัตลักษณ์ของแบรนด์ เขียนแบบก่อสร้างและงานระบบ ไปจนถึงควบคุมงานตกแต่งหน้างานและส่งมอบร้านที่พร้อมขายจริง

ในตลาดไทยงานลักษณะนี้ถูกเรียกหลายชื่อ ทั้ง รับออกแบบตกแต่งร้านอาหาร รับตกแต่งร้านอาหาร ออกแบบร้านกาแฟ ออกแบบคาเฟ่ หรือเรียกรวมกับงานประเภทอื่นว่า รับออกแบบตกแต่งภายใน และ รับเหมาตกแต่งภายใน ทั้งหมดหมายถึงงานเดียวกัน ต่างกันเพียงว่ารวมงานผลิตและติดตั้งเข้าไปด้วยหรือไม่ ที่ Rubin เรารับดูแลทั้งการออกแบบและงานตกแต่งในโปรเจกต์เดียว เพราะแบบร้านที่สวยแต่ทำหน้างานจริงไม่ได้ สุดท้ายก็ถูกช่างแก้จนไม่เหลือของเดิม

สิ่งที่ทำให้งานร้านอาหารและคาเฟ่ต่างจากงานตกแต่งภายในประเภทอื่น คือมันมีตัวชี้วัดเป็นตัวเลขที่ชัดเจน บ้านวัดด้วยความสบายของคนอยู่ แต่ร้านวัดด้วยยอดขายและจำนวนลูกค้าที่กลับมาซ้ำ ทุกการตัดสินใจในการออกแบบจึงมีคำถามเดียวกำกับ คือมันช่วยให้ร้านขายได้ดีขึ้น หรือขวางการทำงานของพนักงาน การออกแบบที่ดีจึงเริ่มจากเมนูและเส้นทางการไหลเวียนของคน ไม่ใช่เริ่มจากสไตล์ที่อยากได้

ขอบเขตงานที่ครอบคลุมในโปรเจกต์ร้านอาหารหรือคาเฟ่หนึ่งโครงการ:

  • วิเคราะห์เมนู กลุ่มลูกค้า และรูปแบบการขาย ทั้งนั่งทานในร้าน ซื้อกลับ และเดลิเวอรี
  • วางผังครัว โซนเตรียม เคาน์เตอร์ และที่นั่ง พร้อมเส้นทางการไหลเวียนของลูกค้าและพนักงาน
  • ออกแบบภาพ 3 มิติทุกมุม พร้อมอัตลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งโลโก้ สี วัสดุ และป้าย ให้จำได้และถ่ายรูปสวย
  • ประสานงานระบบระบายอากาศ ไฟฟ้า ประปา และงานระบบครัวกับผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
  • เลือกวัสดุที่ทนทานและทำความสะอาดง่าย สำหรับพื้นที่ที่มีคนใช้งานหนักทุกวัน
  • ออกแบบให้ขยายเป็นหลายสาขาในอัตลักษณ์เดียวกันได้ สำหรับแบรนด์ที่วางแผนเติบโต
  • ควบคุมงานตกแต่งหน้างาน ตรวจรับ และส่งมอบร้านพร้อมเปิดบริการ

ทำไมถึงสำคัญ

ร้านคุณคือธุรกิจไม่ใช่แค่สถานที่

ถ้าลูกค้าอยู่นาน 20 นาทีแทนที่จะ 45 นาที คุณสูญเสียรายได้ต่อโต๊ะไปเท่าไหร่ต่อวัน?

ร้านอาหารและ Cafe ส่วนใหญ่ล้มเหลวไม่ใช่เพราะอาหารไม่อร่อย แต่เพราะ “ออกแบบโดยไม่คำนึงถึงพฤติกรรมของลูกค้า”

โต๊ะวางผิด → พนักงานเสิร์ฟช้า
ลูกค้าหงุดหน่าย แสงไฟแรงเกินไป → ลูกค้าไม่อยากนั่งนาน
ไม่มี Focal point → ไม่มีภาพแชร์ ไม่มีคนรู้จักร้าน

เราออกแบบโดยมองจากมุมของลูกค้า — ตั้งแต่เดินผ่านหน้าร้าน นั่งลง ไปจนถึงจ่ายเงินแล้วอยากกลับมาอีก

Traffic Flow

วางเส้นทางลูกค้าและพนักงานให้ไม่ชนกัน เสิร์ฟได้เร็วและถูกต้อง

Dwell Time

ควบคุมแสง เสียง และบรรยากาศให้ลูกค้านั่งนานขึ้นโดยไม่รู้ตัว

Seating Strategy

จัดสัดส่วนโต๊ะคู่ กลุ่ม และ Private ให้ได้รายได้สูงสุดต่อตารางเมตร

Social Moment

สร้าง Focal point ที่ถ่ายรูปได้สวย แชร์แล้วดึงลูกค้าใหม่เข้าร้านฟรี

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • Floor plan เชิงรายได้ที่วัดผลได้จริง
  • แผน Seating zoning แยกตามประเภทลูกค้า
  • แนวทาง Ambience, แสง และสีที่ตรง Brand
  • จุด Hero shot สำหรับ Social media
  • Traffic flow plan สำหรับพนักงานเสิร์ฟ
  • 3D Visualization ก่อนลงมือจริง

เหมาะกับ

  • ร้านอาหารและ Cafe ที่กำลังเปิดใหม่
  • ร้านที่ต้องการ Renovate และ Reposition
  • ร้านที่ต้องการเพิ่มรายได้ต่อโต๊ะต่อวัน
  • แบรนด์ F&B ที่กำลัง Expand สาขาใหม่
  • ร้านที่ต้องการสร้าง Word-of-mouth ผ่านดีไซน์

ขั้นตอนการออกแบบร้านอาหารและคาเฟ่ และระยะเวลา

ทุกโปรเจกต์ร้านอาหารและคาเฟ่เดินตามห้าขั้นตอนเดียวกัน เพื่อให้เจ้าของร้านรู้ล่วงหน้าว่าแต่ละช่วงจะเกิดอะไรขึ้น ต้องตัดสินใจอะไร และเมื่อไหร่

1. วิเคราะห์เมนู กลุ่มลูกค้า และพื้นที่

เข้าดูพื้นที่จริงหรือประเมินผ่านวิดีโอคอล พร้อมคุยว่าขายเมนูอะไร กลุ่มลูกค้าเป็นใคร ต้องการที่นั่งกี่ที่ ขายแบบนั่งทานหรือซื้อกลับเป็นหลัก และวางภาพลักษณ์แบรนด์ไว้อย่างไร แล้วสรุปเป็นแนวทางพร้อมลำดับความสำคัญ โดยไม่จำเป็นต้องมีแบบเดิม

2. วางผังครัว ที่นั่ง และการไหลเวียน

กำหนดตำแหน่งครัว โซนเตรียม เคาน์เตอร์ และที่นั่ง ให้พนักงานทำงานเป็นเส้นตรงและลูกค้าเดินไม่ชนกัน ขั้นตอนนี้เป็นตัวกำหนดว่าร้านจะบริการได้เร็วหรือติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน มากกว่าการเลือกวัสดุหรือสี

3. ออกแบบ 3D และอัตลักษณ์ของร้าน

เห็นภาพเสมือนจริงทุกมุมก่อนลงมือ พร้อมออกแบบโลโก้ ป้าย สี วัสดุ และมุมถ่ายรูปให้เป็นอัตลักษณ์เดียวกัน ที่นำไปใช้ได้กับทุกสาขา โดยทั่วไปการออกแบบคอนเซปต์ใช้เวลา 2–4 สัปดาห์

4. เขียนแบบ งานระบบ และใบเสนอราคา

เขียนแบบก่อสร้าง แบบเคาน์เตอร์และเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน พร้อมประสานงานระบบระบายอากาศ ไฟฟ้า ประปา และงานระบบครัว แล้วสรุปใบเสนอราคาตามรายการงานจริง

5. ตกแต่งหน้างาน ตรวจรับ และส่งมอบ

ดำเนินงานตกแต่งและติดตั้ง ซึ่งใช้เวลา 4–12 สัปดาห์ ขึ้นกับขนาดและขอบเขตงาน จากนั้นตรวจงานร่วมกัน เก็บรายละเอียดที่ยังไม่เรียบร้อย และส่งมอบร้านพร้อมเปิดบริการ

งานร้านอาหารและคาเฟ่มีข้อจำกัดที่งานประเภทอื่นไม่มี คือครัวและงานระบบต้องผ่านข้อกำหนดของอาคารหรือศูนย์การค้า ทั้งระบบดักไขมัน ระบบระบายอากาศ ตำแหน่งถังแก๊ส และการขออนุญาต เราจึงวางเรื่องเหล่านี้ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนวางผัง ไม่ใช่ตอนงานตกแต่งใกล้เสร็จ เพราะเป็นส่วนที่แก้ทีหลังได้ยากและแพงที่สุด

กรณีศึกษา: Milk Plus — คาเฟ่นมและของหวานที่ออกแบบให้ขยายสาขาได้

Milk Plus คือแบรนด์คาเฟ่นมและของหวาน ที่มีมาสคอตรูปวัวและคอนเซปต์ “All you need is Milk” โจทย์ไม่ใช่การออกแบบร้านสวยเพียงหนึ่งร้าน แต่คือการออกแบบอัตลักษณ์ที่นำไปเปิดได้หลายสาขา หลายขนาดพื้นที่ ให้ทุกสาขาดูเป็นแบรนด์เดียวกัน โครงการนี้ออกแบบโดย เซี้ย นักออกแบบของ Rubin สำหรับแบรนด์คาเฟ่ในกรุงเทพมหานคร

โจทย์: หนึ่งแบรนด์ หลายสาขา หลายขนาดพื้นที่

แบรนด์คาเฟ่ที่วางแผนขยายสาขาเจอปัญหาเดียวกันเสมอ คือแต่ละทำเลมีขนาดและรูปทรงพื้นที่ไม่เท่ากัน ถ้าออกแบบใหม่หมดทุกสาขา ต้นทุนและเวลาบานปลาย และร้านแต่ละสาขาก็ดูไม่เหมือนกันจนลูกค้าจำแบรนด์ไม่ได้

โจทย์ของ Milk Plus จึงไม่ใช่การออกแบบร้านหนึ่งร้าน แต่คือการออกแบบ “ชุดอัตลักษณ์” ที่ประกอบร่างใหม่ได้ในทุกพื้นที่ มาสคอตรูปวัว เคาน์เตอร์ลายวัว ภาพวาดบนผนัง โทนสี และป้าย ถูกออกแบบให้เป็นส่วนประกอบที่หยิบไปวางในพื้นที่ขนาดใดก็ได้

หน้าร้านคือด่านแรกที่ต้องอ่านออกว่าเป็นแบรนด์นี้ก่อนลูกค้าจะเดินเข้ามา ป้ายไฟโลโก้รูปวัว ตัวอักษร Milk Plus และกรอบประตูลายวัว จึงถูกออกแบบให้จำได้จากระยะไกล และใช้ซ้ำได้กับทุกสาขา

ภาพ 3D หน้าร้านคาเฟ่ Milk Plus ป้ายไฟโลโก้รูปวัวและตัวอักษร Milk Plus กรอบประตูลายวัว และกระถางต้นไม้สองข้างทางเข้า

ภาษาการออกแบบ: อัตลักษณ์ที่จำได้ในทุกสาขา

หัวใจของแบรนด์คือมาสคอตรูปวัวและลายวัว (cow print) บนเคาน์เตอร์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ต้นทุนไม่สูง แต่จำได้ทันทีและย้ายไปใช้กับเคาน์เตอร์รูปทรงใดก็ได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้สาขาที่พื้นที่ต่างกันยังอ่านว่าเป็นร้านเดียวกัน

โทนสีชมพูพาสเทลตัดกับสีฟ้าของโคมไฟและเก้าอี้ สื่อถึงนมและความสดใสของแบรนด์ ฝ้าไม้ระแนงและพื้นกระเบื้องหกเหลี่ยมเพิ่มความอบอุ่นให้พื้นที่ ส่วนผนังภาพวาดลายเส้นเล่าเรื่องของแบรนด์และทำหน้าที่เป็นมุมถ่ายรูปไปในตัว

ทั้งหมดถูกเลือกให้เป็น “ส่วนประกอบ” ที่ปรับใช้ได้ตามพื้นที่ ไม่ใช่งานตกแต่งที่ผูกติดกับผนังใดผนังหนึ่ง ซึ่งเป็นความต่างสำคัญระหว่างการออกแบบร้านหนึ่งร้าน กับการออกแบบแบรนด์ที่ต้องขยาย

ภาพ 3D ภายในร้านคาเฟ่ Milk Plus โทนสีชมพูพาสเทล เคาน์เตอร์ลายวัว โคมไฟสีฟ้า โต๊ะไม้ เก้าอี้สีฟ้า และผนังภาพวาดลายเส้น
ภาพ 3D เคาน์เตอร์ลายวัวและตู้แสดงเค้กกระจกโค้งของร้าน Milk Plus ผนังสีชมพู ฝ้าไม้ระแนง โคมไฟสีฟ้า และพื้นกระเบื้องหกเหลี่ยม
ภาพ 3D สเตชันเครื่องปั่นนมและมิลค์เชคหลังเคาน์เตอร์ลายวัว พร้อมตู้แสดงของหวานและหน้าร้านกระจกบานเลื่อนของร้าน Milk Plus

ผังร้านที่มาจากเมนู ไม่ใช่จากสไตล์

เมนูของ Milk Plus — นมสด มิลค์เชค ขนมปังฮันนี่โทสต์ เค้ก ไอศกรีม สังขยา และกาแฟ — เป็นตัวกำหนดว่าต้องมีอุปกรณ์อะไรและวางไว้ตรงไหน ไม่ใช่สไตล์ที่มากำหนดผัง

เคาน์เตอร์ถูกแบ่งเป็นโซนขาย (sale area) ที่ลูกค้าเห็น กับโซนเตรียม (work area) หลังเคาน์เตอร์ สเตชันเครื่องปั่นสำหรับมิลค์เชค ตู้แสดงเค้กกระจกโค้ง ตู้แช่ไอศกรีม เครื่องอุ่นสังขยา และเครื่องปิ้งขนมปัง ถูกเรียงตามลำดับการทำเครื่องดื่มและของหวาน เพื่อให้พนักงานหยิบและส่งได้โดยไม่ต้องเดินย้อน

การวางเคาน์เตอร์แบบนี้คือสิ่งที่ตัดสินว่าร้านจะบริการทันในชั่วโมงเร่งด่วนหรือไม่ และเป็นเหตุผลที่ผังต้องมาจากขั้นตอนการทำเมนูจริง ก่อนจะมาคิดเรื่องความสวยงาม

สินค้าซื้อกลับและการจัดวางหน้าเคาน์เตอร์

คาเฟ่นมและของหวานมีรายได้สองทาง คือนั่งทานในร้านและซื้อกลับ การออกแบบจึงเผื่อชั้นวางสินค้าซื้อกลับ ทั้งนม ขนม และของฝาก ไว้ในแนวสายตาระหว่างที่ลูกค้ายืนรอสั่ง เพื่อให้เกิดการซื้อเพิ่มโดยไม่ต้องเชียร์ขาย

ตู้แสดงเค้กและของหวานถูกวางไว้ที่หัวเคาน์เตอร์ ตรงจุดที่ลูกค้าเดินเข้ามาเจอก่อน เพราะของหวานคือสินค้าที่ขายด้วยการมองเห็น การจัดแสงในตู้จึงถูกออกแบบให้ของดูสดและน่ากินตลอดทั้งวัน ไม่ใช่แค่ในช่วงที่แสงธรรมชาติดี

ภาพ 3D โซนเคาน์เตอร์และชั้นวางสินค้าซื้อกลับของร้าน Milk Plus เคาน์เตอร์ลายวัว โลโก้รูปวัว และป้ายเมนูเหนือเคาน์เตอร์

สามขนาดพื้นที่ หนึ่งแบรนด์

ชุดอัตลักษณ์เดียวกันถูกนำไปวางในสามขนาดพื้นที่ที่ต่างกันมาก ตั้งแต่สาขามุมอาคารบนพื้นที่ทรงสามเหลี่ยม สาขากะทัดรัดที่เน้นซื้อกลับ ไปจนถึงแฟลกชิปสองชั้น เพื่อพิสูจน์ว่าแบรนด์นี้ขยายได้จริงในทุกทำเล

แปลนพื้นที่ร้านคาเฟ่ Milk Plus สาขามุมอาคารทรงสามเหลี่ยม 18 ที่นั่ง แสดงโซนขาย โซนเตรียม เคาน์เตอร์ ตู้แสดงเค้ก และตำแหน่งอุปกรณ์ครัว

สาขามุมอาคาร 18 ที่นั่ง บนพื้นที่ทรงสามเหลี่ยม

สาขานี้อยู่บนพื้นที่มุมอาคารทรงสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นรูปทรงที่ใช้ยาก เพราะมีมุมแหลมที่วางเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้ ผังจึงดันเคาน์เตอร์และโซนเตรียมไปไว้ด้านที่ลึกที่สุดของสามเหลี่ยม แล้วเปิดที่นั่งทั้ง 18 ที่นั่งไว้ริมกระจกสองด้านที่ได้แสงและวิว

แม้พื้นที่จะมีรูปทรงแปลก แต่เคาน์เตอร์ลายวัว โคมไฟสีฟ้า และฝ้าไม้ระแนงชุดเดิม ทำให้สาขานี้ยังอ่านออกทันทีว่าเป็น Milk Plus นี่คือประโยชน์ของการออกแบบเป็นชุดอัตลักษณ์ — รูปทรงพื้นที่เปลี่ยนได้ แต่แบรนด์ไม่เปลี่ยน

สาขากะทัดรัด 8 ที่นั่ง

สาขาขนาดเล็กที่สุดมีเพียง 8 ที่นั่ง เน้นการซื้อกลับเป็นหลัก ผังตัดทุกอย่างที่ไม่จำเป็นออก เหลือเคาน์เตอร์ ตู้แสดงของหวาน และที่นั่งริมผนัง แต่ยังคงเคาน์เตอร์ลายวัวและอัตลักษณ์ของแบรนด์ไว้ครบ

นี่คือข้อดีของการออกแบบเป็นชุดอัตลักษณ์ตั้งแต่แรก — สาขาเล็กไม่ได้แปลว่าแบรนด์ต้องจางลง ทำเลที่พื้นที่จำกัดและค่าเช่าสูง จึงยังเปิดเป็น Milk Plus เต็มตัวได้ โดยไม่ต้องออกแบบใหม่

แปลนพื้นที่ร้านคาเฟ่ Milk Plus สาขาขนาดกะทัดรัด 8 ที่นั่ง แสดงโซนขาย โซนเตรียมหลังเคาน์เตอร์ และทางเข้า
แปลนพื้นที่ร้านคาเฟ่ Milk Plus สาขาแฟลกชิปสองชั้น รวม 66 ที่นั่ง ชั้นล่าง 40 ที่นั่ง ชั้นลอย 26 ที่นั่ง แสดงโซนที่นั่ง เคาน์เตอร์ขาย และทางเข้าสองด้าน

แฟลกชิปสองชั้น 66 ที่นั่ง

สาขาใหญ่ที่สุดเป็นอาคารสองชั้น รวม 66 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นล่าง 40 ที่นั่งและชั้นลอย 26 ที่นั่ง มีทางเข้าทั้งด้านในและด้านนอกอาคาร เคาน์เตอร์ขายและครัวรวมอยู่ชั้นล่างเพื่อรวบงานระบบไว้จุดเดียว ส่วนชั้นลอยเป็นที่นั่งที่เงียบและเป็นส่วนตัวกว่า

สาขานี้ใช้โทน industrial สีเทา ผนังอิฐ และโคมไฟแขวนสีขาว ต่างจากสาขาเล็กที่เป็นโทนชมพูพาสเทล แต่ยังใช้โลโก้รูปวัวและป้ายเมนูชุดเดียวกัน แสดงว่าอัตลักษณ์ของแบรนด์ยืดหยุ่นพอจะปรับโทนตามทำเลและขนาดร้านได้ โดยไม่หลุดจากการเป็นแบรนด์เดียวกัน

ภาพ 3D ภายในร้านคาเฟ่ Milk Plus สาขาสองชั้น โทน industrial ผนังอิฐสีเทา โคมไฟแขวนสีขาว ชั้นลอย และป้ายเมนูกาแฟ ชา เอสเพรสโซ
ภาพ 3D โซนที่นั่งร้านคาเฟ่ Milk Plus สาขาสองชั้น เก้าอี้เมทัลสีขาว โต๊ะไม้ บันไดขึ้นชั้นลอย และหน้าต่างกระจกริมทางเดิน

สิ่งที่นำไปใช้กับร้านอาหารและคาเฟ่แบรนด์อื่นได้ทันที

Milk Plus เป็นคาเฟ่นม แต่หลักที่มันแก้เป็นหลักเดียวกับร้านอาหารและคาเฟ่ทุกแบรนด์ที่วางแผนโต ไม่ว่าจะขายกาแฟ ชานม ของหวาน หรืออาหารตามสั่ง

  • ออกแบบเป็นชุดอัตลักษณ์ ไม่ใช่ตกแต่งผูกกับผนัง — โลโก้ ลายเซ็นวัสดุ สี และป้าย ที่ประกอบใหม่ได้ในทุกพื้นที่ คือสิ่งที่ทำให้เปิดสาขาที่สองได้เร็วและถูกกว่าสาขาแรก
  • ให้ผังมาจากเมนูและการไหลเวียน — ตำแหน่งอุปกรณ์และเคาน์เตอร์ควรมาจากลำดับการทำเมนูจริง ไม่ใช่จากสไตล์ที่อยากได้ เพราะผังที่ผิดทำให้ร้านบริการช้าในทุกชั่วโมงเร่งด่วนตลอดอายุร้าน
  • แยกโซนขายกับโซนเตรียมให้ชัด — ลูกค้าเห็นเฉพาะสิ่งที่ควรเห็น ส่วนงานที่ยุ่งและรกอยู่หลังเคาน์เตอร์
  • วางของหวานและสินค้าซื้อกลับในแนวสายตา — ของที่ขายด้วยการมองเห็น ต้องอยู่ตรงจุดที่ลูกค้าเห็นก่อนเสมอ
  • ออกแบบมุมถ่ายรูปตั้งแต่แรก — ผนังภาพวาดและมุมเด่นที่ลูกค้าถ่ายแล้วแชร์ คือการตลาดที่ร้านได้ฟรีทุกวัน

ผลลัพธ์ — แบรนด์คาเฟ่ที่มีอัตลักษณ์ชุดเดียว นำไปเปิดได้ตั้งแต่สาขามุมอาคาร 18 ที่นั่งบนพื้นที่ทรงสามเหลี่ยม สาขากะทัดรัด 8 ที่นั่งที่เน้นซื้อกลับ ไปจนถึงแฟลกชิปสองชั้น 66 ที่นั่ง โดยทุกสาขายังอ่านออกทันทีว่าเป็น Milk Plus ผังแต่ละสาขามาจากเมนูและการไหลเวียนจริง และทุกร้านมีมุมถ่ายรูปที่ทำหน้าที่เป็นการตลาดให้แบรนด์

ค่าบริการออกแบบตกแต่งร้านอาหารและคาเฟ่ คิดอย่างไร

ราคางานออกแบบตกแต่งร้านอาหารและคาเฟ่ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้าน เพราะต้นทุนขึ้นกับความซับซ้อนของครัวและงานระบบเป็นหลัก ไม่ใช่ขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว คาเฟ่ที่ทำเฉพาะเครื่องดื่มกับร้านอาหารที่มีครัวเต็มรูปแบบขนาดเท่ากัน อาจมีงบต่างกันเกินเท่าตัว เราจึงแยกใบเสนอราคาออกเป็นสองส่วนเสมอ เพื่อให้เห็นชัดว่ากำลังจ่ายค่าอะไร

  • ค่าออกแบบ — คิดตามพื้นที่และจำนวนโซนที่ต้องออกแบบ ครอบคลุมผังร้าน ภาพ 3 มิติ อัตลักษณ์ของแบรนด์ แบบเคาน์เตอร์และเฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน แผนแสง และแบบก่อสร้างสำหรับใช้งานจริง
  • ค่างานตกแต่งและติดตั้ง — คิดตามรายการงานจริง ทั้งงานเคาน์เตอร์ ครัวและงานระบบ ฝ้า ผนัง พื้น ป้าย ดวงโคม และเฟอร์นิเจอร์

ปัจจัยที่ทำให้งบประมาณของร้านสองร้านต่างกันมากที่สุด:

  • ความซับซ้อนของครัวและงานระบบ ทั้งระบบระบายอากาศ ระบบดักไขมัน ถังแก๊ส หรือครัวที่ทำเฉพาะเครื่องดื่ม
  • สัดส่วนงานเคาน์เตอร์และเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินสั่งทำ เทียบกับเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว
  • งานป้าย โลโก้ และองค์ประกอบแบรนด์ที่ต้องผลิตพิเศษ
  • ข้อกำหนดของศูนย์การค้าหรืออาคาร ทั้งช่วงเวลาเข้าทำงาน เส้นทางขนวัสดุ และงานระบบที่ต้องขออนุญาต
  • จำนวนสาขา — แบรนด์ที่วางแผนหลายสาขาออกแบบชุดอัตลักษณ์ครั้งเดียว แล้วปรับใช้ต่อได้ ต้นทุนต่อสาขาจึงลดลงเมื่อขยาย

วิธีที่เร็วที่สุดในการรู้กรอบงบประมาณของร้านคุณ คือเริ่มจากการประเมินพื้นที่ก่อน เพื่อให้ได้แนวทางและลำดับความสำคัญว่าควรทำอะไรก่อน แล้วจึงประเมินงบตามขอบเขตที่ตกลงกันจริง รายละเอียดและค่าบริการของการประเมินอยู่ในหัวข้อคำถามที่พบบ่อยด้านล่าง

ทีมออกแบบที่ดูแลโปรเจกต์

ทุกโปรเจกต์ร้านอาหารและคาเฟ่มีนักออกแบบหลักที่รับผิดชอบตั้งแต่ต้นจนเปิดร้าน ไม่ใช่ส่งต่อกันระหว่างทีมในแต่ละช่วง คนที่คุยกับคุณตอนวางผัง คือคนเดียวกับที่ตรวจงานตอนส่งมอบ

เซี้ย — Senior Interior Designer

นักออกแบบตกแต่งภายในประสบการณ์มากกว่า 15 ปี พื้นฐานการศึกษาด้าน Interior Product Design ทั้งในประเทศไทยและประเทศอิตาลี จึงออกแบบเคาน์เตอร์ ตู้แสดงสินค้า และงานบิลท์อินของร้านจากความเข้าใจเรื่องวัสดุ และวิธีผลิตจริง ซึ่งเป็นหัวใจของงานคาเฟ่และร้านอาหารที่เคาน์เตอร์ต้องรับการใช้งานหนักทุกวัน

เคยเป็นอาจารย์ผู้สอน AutoCAD และ 3ds Max จึงเข้าใจทั้งแนวคิดการออกแบบและรายละเอียดเชิงเทคนิคของงานก่อสร้าง เป็นผู้ออกแบบแบรนด์คาเฟ่ Milk Plus ที่เป็นกรณีศึกษาบนหน้านี้

สำหรับงานพื้นที่ค้าปลีกและงานแบรนด์ขนาดใหญ่ Mauro สถาปนิกของ Rubin เป็นผู้ดูแล ดูตัวอย่างได้จากกรณีศึกษา FILA FD Family Store บนหน้ารับออกแบบตกแต่งร้านค้า

พื้นที่ให้บริการ

สำนักงานของเราอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 40 เขตคลองเตย จึงเข้าพื้นที่ย่านสุขุมวิท อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย และพระโขนงได้สะดวกที่สุด นอกจากนี้ยังรับออกแบบตกแต่งร้านอาหารและคาเฟ่ในย่านรามคำแหง บางกะปิ ลาดพร้าว รัชดาภิเษก สาทร พญาไท และบางนา

รับงานทั้งร้านที่เปิดในอาคารพาณิชย์ ตึกแถว และพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า ซึ่งงานในศูนย์การค้ามีข้อกำหนดเฉพาะเรื่องช่วงเวลาเข้าทำงาน เส้นทางขนวัสดุ และงานระบบที่ต้องขออนุญาต เป็นส่วนที่มักเป็นคอขวดของโครงการมากกว่างานตกแต่งเอง เราจึงประสานงานส่วนนี้ให้ตั้งแต่ต้น

การประเมินเบื้องต้นเริ่มได้โดยไม่ต้องมีแบบเดิม และเลือกได้ทั้งแบบออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลหรือส่งรูปภาพ ส่วนการเข้าดูหน้างานจริงให้บริการในกรุงเทพฯ

บริการออกแบบตกแต่งภายในอื่นๆ ของ Rubin

ร้านอาหารและคาเฟ่มักไม่ได้มาลำพัง เจ้าของหลายรายมีทั้งออฟฟิศ พื้นที่ค้าปลีก หรือที่พักอาศัยที่ต้องดูแลไปพร้อมกัน หากพื้นที่ของคุณมีมากกว่าหนึ่งประเภท เราดูแลได้ในทีมเดียวกัน

Modern minimalist living room with neutral tones and elegant decor.

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทุกคำถามสำคัญ เราพร้อมให้คำตอบ

ออกแบบร้านอาหารและคาเฟ่ต้องคำนึงถึงอะไรเป็นพิเศษ?

นอกจากบรรยากาศและสไตล์ ต้องวางผังการไหลเวียนของลูกค้าและพนักงาน ตำแหน่งครัวและระบบระบายอากาศ จำนวนที่นั่งต่อพื้นที่ และการเลือกวัสดุที่ทนทานและทำความสะอาดง่าย

ช่วยวางผังครัวและระบบระบายอากาศด้วยหรือไม่?

ช่วยวางผังครัวให้สอดคล้องกับเมนูและขั้นตอนการทำงาน พร้อมประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบระบายอากาศและงานระบบที่เกี่ยวข้อง

ออกแบบให้ร้านถ่ายรูปสวยและเหมาะกับโซเชียลได้หรือไม่?

ได้ โดยออกแบบมุมเด่นของร้าน การจัดแสง และการเลือกวัสดุพื้นผิวให้ถ่ายภาพออกมาสวย ซึ่งช่วยให้ลูกค้าแชร์ต่อและเป็นการตลาดให้ร้านโดยธรรมชาติ

มีผลงานออกแบบร้านอาหารหรือคาเฟ่จริงให้ดูหรือไม่?

มี ดูกรณีศึกษาคาเฟ่ Milk Plus ได้บนหน้านี้ แบรนด์คาเฟ่นมและของหวานที่เราออกแบบเป็นอัตลักษณ์เดียว แล้วนำไปเปิดได้หลายสาขาหลายขนาดพื้นที่ ตั้งแต่สาขามุมอาคาร 18 ที่นั่ง สาขากะทัดรัด 8 ที่นั่ง ไปจนถึงแฟลกชิปสองชั้น 66 ที่นั่ง

ถ้าต้องการเปิดหลายสาขา ออกแบบให้เป็นแบรนด์เดียวกันได้หรือไม่?

ได้ เราออกแบบเป็นชุดอัตลักษณ์ ทั้งเคาน์เตอร์ โลโก้ ภาพผนัง วัสดุ และแสง ที่ปรับใช้กับพื้นที่ต่างขนาดและต่างรูปทรงได้ ทำให้ทุกสาขาดูเป็นแบรนด์เดียวกันแม้พื้นที่ไม่เท่ากัน และช่วยให้เปิดสาขาถัดไปได้เร็วและประหยัดกว่าสาขาแรก

บริการออกแบบตกแต่งภายในของ Rubin ครอบคลุมอะไรบ้าง?

ครอบคลุมการออกแบบที่พักอาศัย ออฟฟิศ ร้านอาหาร และพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ ตั้งแต่การวางแผนพื้นที่ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงการควบคุมงานก่อสร้างและตกแต่ง

Space Transformation Audit 60 นาที ได้อะไรบ้าง?

นักออกแบบจะวิเคราะห์พื้นที่ของคุณแบบเจาะลึก ทั้งผังการใช้งาน สไตล์ วัสดุ และแสง แล้วสรุปเป็นแนวทางแก้ไขที่นำไปใช้ได้ทันที พร้อมลำดับความสำคัญว่าควรแก้อะไรก่อน

ค่าบริการเริ่มต้นเท่าไหร่?

Space Transformation Audit ราคาปกติ 4,500 บาท ขณะนี้ 3,800 บาท จำกัด 10 สิทธิ์ต่อสัปดาห์ สำหรับโปรเจกต์ออกแบบและตกแต่งเต็มรูปแบบ กรุณาติดต่อเพื่อรับใบเสนอราคาเฉพาะโปรเจกต์

ต้องมีแบบแปลนก่อนหรือไม่ และวิเคราะห์ที่ไหน?

ไม่จำเป็นต้องมีแบบแปลน เราทำงานจากพื้นที่จริงของคุณได้เลย โดยเลือกได้ทั้งแบบออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลหรือส่งรูปภาพ ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุด และแบบเข้าดูหน้างานจริงเฉพาะในกรุงเทพฯ

ใช้เวลานานแค่ไหนในการออกแบบและตกแต่ง?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของโปรเจกต์ โดยทั่วไปการออกแบบคอนเซปต์ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ และงานตกแต่งจริงใช้เวลา 4-12 สัปดาห์

หยุดเดา
เริ่มออกแบบด้วย “กลยุทธ์”