BOQ ย่อมาจาก Bill of Quantities คือเอกสารที่แจกแจงงานทั้งหมดของโครงการออกเป็น “รายการ” พร้อมระบุปริมาณ หน่วย ราคาต่อหน่วย และราคารวมของแต่ละรายการ ทำหน้าที่สามอย่างพร้อมกัน คือเป็นใบเสนอราคาที่ตรวจสอบได้ เป็นเครื่องมือเทียบราคาผู้รับเหมาหลายเจ้าอย่างยุติธรรม และเป็นหลักฐานอ้างอิงตอนตรวจรับงาน


BOQ คืออะไร? วิธีอ่าน ตรวจสอบ และเทียบราคาผู้รับเหมา

BOQ คืออะไร และต่างจากใบเสนอราคาทั่วไปอย่างไร

BOQ เกิดขึ้นตอนไหน และถูกใช้ต่ออย่างไรBOQ เกิดขึ้นตอนไหน และถูกใช้ต่ออย่างไร. 1. แบบก่อสร้างเสร็จ — มีแบบให้ถอดปริมาณได้. 2. ถอดปริมาณเป็น BOQ — รายการ ปริมาณ หน่วย ราคาต่อหน่วย. 3. เทียบราคาผู้รับเหมา — ทุกเจ้ากรอกราคาบนรายการเดียวกัน. 4. แนบท้ายสัญญาและกำหนดงวดงาน — งวดผูกกับรายการที่ตรวจได้. 5. ตรวจรับงานและคิดงานเพิ่ม–ลด — ไล่ทีละรายการจากเอกสารเดิม. BOQ ไม่ได้ใช้แค่ตอนเลือกผู้รับเหมา แต่ใช้ยาวจนถึงวันตรวจรับBOQ เกิดขึ้นตอนไหน และถูกใช้ต่ออย่างไร1แบบก่อสร้างเสร็จมีแบบให้ถอดปริมาณได้2ถอดปริมาณเป็น BOQรายการ ปริมาณ หน่วย ราคาต่อหน่วย3เทียบราคาผู้รับเหมาทุกเจ้ากรอกราคาบนรายการเดียวกัน4แนบท้ายสัญญาและกำหนดงวดงานงวดผูกกับรายการที่ตรวจได้5ตรวจรับงานและคิดงานเพิ่ม–ลดไล่ทีละรายการจากเอกสารเดิมBOQ ไม่ได้ใช้แค่ตอนเลือกผู้รับเหมา แต่ใช้ยาวจนถึงวันตรวจรับ
ตำแหน่งของ BOQ ในลำดับงาน ตั้งแต่ถอดปริมาณจากแบบจนถึงการตรวจรับงาน

BOQ (อ่านว่า บี-โอ-คิว) ย่อมาจาก Bill of Quantities หรือ “บัญชีแสดงปริมาณงานและวัสดุ” หัวใจของมันคือคำว่า ปริมาณ — เอกสารนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าจะทำอะไรและราคาเท่าไหร่ แต่บอกว่า ทำเท่าไหร่ ในหน่วยที่วัดได้จริง

ความต่างจากใบเสนอราคาทั่วไปคือจุดที่เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มองข้าม และเป็นจุดที่ทำให้งบบานปลายได้มากที่สุด

ใบเสนอราคาทั่วไปBOQ
ระดับรายละเอียดรวมเป็นก้อน เช่น “งานตกแต่งภายใน 850,000 บาท”แยกทีละรายการ พร้อมปริมาณและหน่วย
ตรวจสอบได้ไหมไม่ได้ — ไม่รู้ว่าราคานี้รวมอะไรบ้างได้ — ทุกบรรทัดมีที่มา
ใช้เทียบหลายเจ้าเทียบได้แค่ยอดรวม ซึ่งมักไม่ใช่ของเดียวกันเทียบได้ทีละหมวดและทีละรายการ
เวลามีงานเพิ่ม–ลดต้องเจรจาราคาใหม่ทั้งหมดคิดจากราคาต่อหน่วยที่ตกลงไว้แล้ว
ตอนตรวจรับงานไม่มีเกณฑ์อ้างอิงไล่ตรวจได้ทีละรายการว่าทำครบไหม

ใครเป็นคนทำ BOQ? ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจ้าง ถ้าจ้างนักออกแบบก่อนแล้วค่อยหาผู้รับเหมา นักออกแบบหรือผู้ถอดปริมาณ (Quantity Surveyor) จะเป็นคนทำ BOQ กลางที่ส่งให้ผู้รับเหมาทุกเจ้ากรอกราคาลงในรายการเดียวกัน — วิธีนี้ทำให้เทียบราคาได้ยุติธรรมที่สุด ส่วนกรณีที่ให้ผู้รับเหมาทำ BOQ เอง แต่ละเจ้าจะแจกแจงรายการไม่เหมือนกัน จึงต้องเทียบด้วยความระมัดระวังมากขึ้น

ในลำดับงานทั้งหมด BOQ เกิดขึ้นหลังจากแบบก่อสร้างเสร็จและก่อนเริ่มก่อสร้าง ถ้าอยากเห็นว่าแต่ละขั้นตอนได้เอกสารอะไรบ้าง อ่านต่อที่ ขั้นตอนการออกแบบตกแต่งภายใน มีกี่ขั้นตอน?


อ่าน BOQ ทีละบรรทัด (พร้อมตัวอย่างจริง)

ภาพประกอบวิธีอ่าน BOQ หนึ่งบรรทัด อธิบายทั้ง 5 ช่อง ได้แก่ รายการงาน ปริมาณ หน่วย ราคาต่อหน่วย และราคารวม พร้อมคำถามที่ควรถามกับแต่ละช่อง
BOQ หนึ่งบรรทัดมี 5 ช่อง และแต่ละช่องมีคำถามที่ต้องถามกำกับอยู่

BOQ หนึ่งบรรทัดประกอบด้วย 5 ช่องเสมอ และแต่ละช่องมีคำถามที่ต้องถามกำกับอยู่

รายการงานปริมาณหน่วยราคา/หน่วยรวม
ปูกระเบื้องพอร์ซเลน 60×120 ซม. (รวมค่าแรงและปูนกาว)45ตร.ม.85038,250
ทาสีผนังภายใน รองพื้น 1 ชั้น ทับหน้า 2 ชั้น180ตร.ม.12021,600
ตู้เสื้อผ้าบิลท์อิน โครงไม้ HMR บานผิวเมลามีน3.6เมตรยาว12,00043,200
ฝ้ายิปซัมเรียบ ฉาบเรียบรอยต่อ (รวมโครงคร่าว)42ตร.ม.32013,440
ติดตั้งดวงโคมดาวน์ไลท์ (ไม่รวมค่าดวงโคม)18จุด3506,300
รื้อถอนผนังเบาและขนเศษวัสดุออกจากอาคาร12ตร.ม.4505,400

หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อการอธิบายโครงสร้างของ BOQ เท่านั้น ราคาจริงต่อหน่วยเปลี่ยนตามสเปกวัสดุ พื้นที่หน้างาน ชั้นของอาคาร และช่วงเวลา จึงไม่ควรนำไปใช้เป็นราคาอ้างอิงในการต่อรอง

คำถามที่ต้องถามกับแต่ละช่อง

ช่องที่ 1 — รายการงาน

ต้องระบุ สเปก ไม่ใช่แค่ชื่องาน “ทาสีผนัง” ไม่พอ ต้องรู้ว่ารองพื้นกี่ชั้น ทับหน้ากี่ชั้น สีชนิดไหน ยี่ห้ออะไร เพราะสองบรรทัดที่เขียนว่า “ทาสีผนัง” เหมือนกันอาจต่างกันสองเท่าในราคาและสามเท่าในอายุการใช้งาน สังเกตในตารางว่าทุกบรรทัดบอกทั้งวัสดุและสิ่งที่รวมอยู่ในราคา

ช่องที่ 2 — ปริมาณ

ต้องมาจากการ ถอดปริมาณจากแบบ ไม่ใช่ประมาณด้วยสายตา วิธีตรวจที่ง่ายที่สุดคือสุ่มหยิบสองสามรายการมาวัดกับแบบเอง เช่น พื้นที่ห้องนอน 3.5 × 4 เมตร ควรได้พื้นกระเบื้องราว 14 ตร.ม. ถ้า BOQ เขียน 20 ตร.ม. ต้องถามว่าเผื่อเศษเท่าไหร่และเผื่อทำไมถึงมากขนาดนั้น

ช่องที่ 3 — หน่วย

เป็นช่องที่ถูกใช้ซ่อนขอบเขตมากที่สุด และมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป หลักการสั้น ๆ คือ หน่วยที่วัดได้ (ตร.ม. เมตร จุด ชุด) ตรวจสอบได้ ส่วนหน่วยที่วัดไม่ได้ (เหมา งาน ระบบ) ตรวจสอบไม่ได้

ช่องที่ 4 — ราคาต่อหน่วย

นี่คือช่องที่ใช้เทียบระหว่างผู้รับเหมา ไม่ใช่ช่อง “รวม” เพราะราคารวมขึ้นกับปริมาณ ซึ่งแต่ละเจ้าอาจถอดมาไม่เท่ากัน ราคาต่อหน่วยยังเป็นตัวเลขที่ใช้คิดงานเพิ่ม–ลดในภายหลัง จึงควรตกลงให้ครบทุกรายการก่อนเซ็นสัญญา

ช่องที่ 5 — ราคารวม

ควรเท่ากับปริมาณ × ราคาต่อหน่วยเสมอ ฟังดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่การไล่เช็กเลขคูณทุกบรรทัดด้วยตัวเองเป็นวิธีที่พบข้อผิดพลาดได้บ่อยกว่าที่คิด ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ


หน่วยใน BOQ แต่ละแบบหมายความว่าอย่างไร

หน่วยเป็นเรื่องที่บทความ BOQ ส่วนใหญ่ข้ามไป ทั้งที่เป็นจุดที่ตรวจสอบง่ายที่สุดและซ่อนปัญหาไว้มากที่สุด

หน่วยใช้กับงานประเภทไหนตรวจสอบอย่างไร
ตร.ม. (ตารางเมตร)พื้น ผนัง ฝ้า สี กระเบื้อง วอลเปเปอร์วัดจากแบบได้โดยตรง ตรวจง่ายที่สุด
เมตรยาวงานบิลท์อิน เคาน์เตอร์ ตู้ บัวเชิงผนังวัดความยาวจากแบบ แต่ต้องถามความสูงและความลึกด้วย เพราะราคาต่อเมตรเปลี่ยนตามขนาด
จุดปลั๊ก สวิตช์ ดวงโคม จุดน้ำนับจากแบบไฟฟ้าได้ ตรวจง่าย
ชุด / ตัวสุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องมีสเปกกำกับเสมอ ไม่งั้น “1 ชุด” คือของระดับไหนก็ได้
เหมา / งาน / ระบบมักใช้กับงานระบบหรืองานที่ประเมินยาก⚠️ ตรวจสอบไม่ได้เลย — ต้องขอให้แตกเป็นรายการย่อย
⚠️ หน่วย “เหมา” คือจุดที่ต้องระวังที่สุด เพราะไม่มีปริมาณให้ตรวจ ไม่มีราคาต่อหน่วยให้เทียบ และเวลามีงานเพิ่มก็ไม่มีฐานให้คิด ถ้าเจอรายการที่เขียนว่า “งานระบบไฟฟ้า 1 เหมา 180,000 บาท” สิ่งที่ต้องขอคือรายละเอียดว่ามีกี่จุด กี่วงจร ใช้สายขนาดไหน ตู้ควบคุมยี่ห้ออะไร — ถ้าขอแล้วให้ไม่ได้ แปลว่ายังไม่มีใครคำนวณจริง

หมวดงานใน BOQ งานตกแต่งภายใน

BOQ ของงานสร้างบ้านกับ BOQ ของงานตกแต่งภายในมีหมวดงานไม่เหมือนกัน งานตกแต่งภายในไม่มีงานโครงสร้างและงานฐานราก แต่มีงานบิลท์อินและงานเก็บรายละเอียดที่ละเอียดกว่ามาก โดยทั่วไปแบ่งได้ 6 หมวด

1. งานรื้อถอนและเตรียมพื้นที่

รื้อผนังเดิม รื้อพื้นเดิม ขนเศษวัสดุออกจากอาคาร และการป้องกันพื้นที่ส่วนกลาง (สำคัญมากในคอนโด เพราะนิติบุคคลมักมีข้อกำหนดเรื่องเวลาทำงานและการใช้ลิฟต์)

2. งานสถาปัตยกรรมภายใน

ผนังเบา ฝ้าเพดาน พื้น ประตู หน้าต่าง งานสี — คิดเป็น ตร.ม. เกือบทั้งหมด จึงเป็นหมวดที่ตรวจปริมาณได้ง่ายที่สุด

3. งานระบบ

ไฟฟ้า แสงสว่าง ปรับอากาศ สุขาภิบาล และระบบสื่อสาร มักคิดเป็น “จุด” ระวังการเขียนรวมเป็นเหมาในหมวดนี้เป็นพิเศษ

4. งานบิลท์อิน

ตู้เสื้อผ้า ตู้ครัว เคาน์เตอร์ ชั้นวาง ผนังตกแต่ง — หมวดที่มักมีมูลค่าสูงสุดในงานตกแต่งภายใน และเป็นหมวดที่สเปกเปลี่ยนราคาได้มากที่สุด ต้องระบุวัสดุโครง วัสดุผิวหน้า และอุปกรณ์ (รางลิ้นชัก บานพับ) ให้ครบ

5. เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและของตกแต่ง

โซฟา เตียง โต๊ะ ผ้าม่าน พรม โคมไฟ ของแต่ง — หมวดนี้อาจอยู่หรือไม่อยู่ใน BOQ ก็ได้ ขึ้นกับขอบเขตการจ้าง ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อจ้างแบบครบวงจร — อ่านเพิ่มที่ Turnkey คืออะไร? บริการตกแต่งภายในครบวงจร ข้อดีและข้อเสีย

6. งานเก็บงาน ทำความสะอาด และส่งมอบ

Big Cleaning การเก็บสี การแก้ Defect ตามรายการตรวจ และการขนย้ายออก หมวดที่ถูกลืมใส่บ่อยที่สุด และเป็นหนึ่งใน “งานที่หายไป” ที่ทำให้ BOQ ราคาถูกดูถูกกว่าความจริง


ตัวอย่างประกอบ: BOQ สองใบที่ “ต่างกัน 15%” (โจทย์สมมติ)

สมมติว่าคุณส่งแบบรีโนเวทคอนโดชุดเดียวกันให้ผู้รับเหมาสองเจ้า แล้วได้ BOQ กลับมาสองใบ ใบ ก. ยอดรวม 980,000 บาท ใบ ข. ยอดรวม 850,000 บาท ต่างกันราว 15% ถ้าดูแค่ยอดรวม ใบ ข. ชนะทันที

แต่เมื่อวางเทียบทีละหมวดตามวิธีในหัวข้อก่อนหน้า ภาพเปลี่ยนไป:

หมวดงานใบ ก.ใบ ข.ข้อสังเกต
รื้อถอนและขนทิ้ง45,000ใบ ข. ไม่มีรายการนี้เลย
งานสถาปัตย์ (พื้น ผนัง ฝ้า สี)320,000310,000ใกล้เคียงกัน — ราคาต่อหน่วยพอ ๆ กัน
งานระบบไฟฟ้าและแอร์210,000180,000 (เหมา)ใบ ข. เป็นก้อนเหมา ตรวจไม่ได้
งานบิลท์อิน355,000340,000ต้องเทียบสเปกวัสดุโครงและผิวหน้า
ทำความสะอาดและส่งมอบ50,00020,000ใบ ข. ไม่รวม Big Cleaning

ส่วนต่าง 130,000 บาทเกือบทั้งหมดไม่ได้มาจาก “ราคาถูกกว่า” แต่มาจากงานที่ไม่ได้อยู่ในกระดาษ — งานรื้อถอนที่ยังไงก็ต้องทำ งานระบบที่ยังไม่มีใครนับจุด และงานทำความสะอาดที่ตัดออกครึ่งหนึ่ง เมื่อเติมรายการที่ขาดกลับเข้าไปในใบ ข. ตัวเลขทั้งสองใบมักจบที่ระยะห่างไม่กี่เปอร์เซ็นต์

บทเรียนของตัวอย่างนี้: BOQ ที่ถูกกว่าไม่ได้แปลว่าจ่ายน้อยกว่า มันแปลว่า ตกลงกันไว้น้อยกว่า — ส่วนที่เหลือจะกลับมาเป็นงานเพิ่มระหว่างก่อสร้าง ในวันที่คุณไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อการอธิบายวิธีเปรียบเทียบเท่านั้น ไม่ใช่ราคาอ้างอิงของตลาด และไม่ได้มาจากโครงการของลูกค้ารายใด

อยากให้มีคนช่วยอ่าน BOQ ก่อนตัดสินใจ?

เริ่มจาก Space Transformation Audit เซสชันปรึกษาเชิงลึก 60 นาที เพื่อตรวจขอบเขตงาน ประเมินพื้นที่ และดูว่ามีรายการสำคัญอะไรหายไปจากใบเสนอราคาที่คุณได้รับ (฿3,800 จากปกติ ฿4,500)

จองเซสชันประเมินพื้นที่ (Space Transformation Audit)

7 สัญญาณอันตรายที่ต้องมองหาใน BOQ

ภาพประกอบ 7 สัญญาณอันตรายใน BOQ เช่น การใช้หน่วยเหมา ไม่ระบุสเปกวัสดุ ปริมาณไม่ตรงกับแบบ หมวดอื่น ๆ ก้อนใหญ่ งานที่หายไป ราคาต่อหน่วยต่ำผิดปกติ และไม่มีเงื่อนไขงานเพิ่มลด
เจ็ดสัญญาณที่บอกว่า BOQ ใบนี้ยังไม่ได้ถูกคำนวณจริง

รายการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าผู้รับเหมาไม่ซื่อสัตย์เสมอไป — บ่อยครั้งแปลว่ายังไม่ได้คำนวณจริง ซึ่งจบลงที่ปัญหาเดียวกันคืองบบานปลาย

  1. รายการที่ใช้หน่วย “เหมา” หรือเขียนว่า “ตามแบบ” โดยไม่มีปริมาณ — ตรวจไม่ได้ เทียบไม่ได้ คิดงานเพิ่มไม่ได้
  2. ไม่ระบุสเปกวัสดุ — ไม่มียี่ห้อ รุ่น สี ความหนา ทำให้ผู้รับเหมาเปลี่ยนไปใช้ของถูกกว่าได้โดยไม่ผิดสัญญา
  3. ปริมาณไม่ตรงกับแบบ — สุ่มวัดสองสามรายการแล้วต่างจากแบบเกิน 10–15% โดยไม่มีคำอธิบาย แปลว่าอาจไม่มีใครถอดปริมาณจริง
  4. หมวด “อื่น ๆ” หรือ “เบ็ดเตล็ด” ก้อนใหญ่ผิดสัดส่วน — ถ้าเกิน 5–10% ของยอดรวม ต้องขอให้แตกรายการ
  5. งานที่หายไป — รื้อถอน ขนทิ้ง ป้องกันพื้นที่ ทำความสะอาด ค่าลิฟต์และค่าส่วนกลาง งานเก็บสี รายการเหล่านี้ไม่หายไปจากหน้างานจริง หายแค่จากกระดาษ แล้วกลับมาเป็นงานเพิ่ม
  6. ราคาต่อหน่วยต่ำผิดปกติในหมวดใหญ่ — บางครั้งตั้งใจให้ชนะการเทียบราคา แล้วไปเก็บคืนจากงานเพิ่มระหว่างทาง เทียบราคาต่อหน่วยกับเจ้าอื่นเสมอ ไม่ใช่แค่ยอดรวม
  7. ไม่มีเงื่อนไขราคางานเพิ่ม–ลด — ถ้าไม่ตกลงไว้ล่วงหน้า ราคางานเพิ่มจะถูกกำหนดในวันที่คุณไม่มีทางเลือกแล้ว
คำถามเดียวที่คัดกรองได้เร็วที่สุด: “ขอดูวิธีถอดปริมาณของรายการนี้หน่อยได้ไหม” — คนที่คำนวณมาจริงตอบได้ทันทีว่าวัดจากแบบหน้าไหน กว้างยาวเท่าไหร่ เผื่อเศษกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนคนที่ประมาณด้วยประสบการณ์ล้วน ๆ จะตอบเป็นภาพรวมแทนตัวเลข

เทียบ BOQ หลายเจ้าอย่างไรให้ยุติธรรม

เทียบ BOQ หลายเจ้าอย่างไรให้ยุติธรรมเทียบ BOQ หลายเจ้าอย่างไรให้ยุติธรรม. อย่าเทียบแบบนี้: ดูยอดรวมอย่างเดียว, เลือกเจ้าที่ถูกที่สุด, เทียบทั้งที่ขอบเขตต่างกัน. ให้ทำแบบนี้: ทำขอบเขตให้เท่ากันก่อน, เทียบทีละหมวด, เทียบราคาต่อหน่วย. แล้วตรวจต่อ: หา “งานที่หายไป”, ถามส่วนต่างเกิน 15–20%, ขอเงื่อนไขงานเพิ่ม–ลด. ใบที่ถูกที่สุดมักเป็นใบที่ใส่งานมาน้อยที่สุด ไม่ใช่ใบที่ราคาดีที่สุดเทียบ BOQ หลายเจ้าอย่างไรให้ยุติธรรมอย่าเทียบแบบนี้ดูยอดรวมอย่างเดียวเลือกเจ้าที่ถูกที่สุดเทียบทั้งที่ขอบเขตต่างกันให้ทำแบบนี้ทำขอบเขตให้เท่ากันก่อนเทียบทีละหมวดเทียบราคาต่อหน่วยแล้วตรวจต่อหา “งานที่หายไป”ถามส่วนต่างเกิน 15–20%ขอเงื่อนไขงานเพิ่ม–ลดใบที่ถูกที่สุดมักเป็นใบที่ใส่งานมาน้อยที่สุด ไม่ใช่ใบที่ราคาดีที่สุด
ลำดับการเปรียบเทียบ BOQ จากผู้รับเหมาหลายเจ้าอย่างเป็นระบบ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเปิดสามใบมาดูยอดรวมแล้วเลือกเจ้าที่ถูกที่สุด ซึ่งเกือบทุกครั้งเป็นการเลือกเจ้าที่ ใส่งานมาน้อยที่สุด ไม่ใช่เจ้าที่ราคาดีที่สุด ลำดับที่ถูกต้องมี 5 ขั้น

ขั้นที่ 1 — ทำขอบเขตให้เท่ากันก่อน

ไล่ดูว่าแต่ละเจ้ามีรายการอะไรที่อีกเจ้าไม่มี แล้วขอให้ทุกเจ้าใส่รายการที่ขาดเข้ามา ก่อนจะเทียบตัวเลขใด ๆ ทั้งสิ้น วิธีที่ดีกว่าคือให้ทุกเจ้ากรอกราคาลงใน BOQ กลางชุดเดียวกันตั้งแต่ต้น

ขั้นที่ 2 — เทียบทีละหมวด ไม่ใช่ยอดรวม

รวมราคาของแต่ละหมวด (รื้อถอน สถาปัตย์ ระบบ บิลท์อิน) แล้ววางเทียบกัน จะเห็นทันทีว่าส่วนต่างมาจากหมวดไหน ซึ่งมักกระจุกอยู่ที่หมวดเดียวไม่ใช่กระจายทั้งใบ

ขั้นที่ 3 — เทียบราคาต่อหน่วย ไม่ใช่ราคารวมรายการ

เพราะราคารวมขึ้นกับปริมาณที่แต่ละเจ้าถอดมา ถ้าราคาต่อหน่วยใกล้เคียงกันแต่ยอดรวมต่างกันมาก แปลว่าปัญหาอยู่ที่การถอดปริมาณ ไม่ใช่ที่ราคา

ขั้นที่ 4 — ตามหา “งานที่หายไป” ในใบที่ถูกที่สุด

ใช้รายการหมวดที่ 1 และ 6 ในหัวข้อก่อนหน้าเป็นเช็กลิสต์ งานรื้อถอน ขนทิ้ง ป้องกันพื้นที่ และทำความสะอาด คือสี่รายการที่หายบ่อยที่สุด

ขั้นที่ 5 — ถามเหตุผลของส่วนต่างที่เกิน 15–20%

ส่วนต่างระดับนี้ในหมวดเดียวกันมักมีคำอธิบายที่ชัดเจนเสมอ เช่น สเปกวัสดุคนละเกรด วิธีติดตั้งต่างกัน หรือรวม–ไม่รวมค่าแรงบางส่วน คำตอบที่ได้บอกคุณภาพของผู้รับเหมามากพอ ๆ กับตัวเลขเอง

เมื่อเข้าใจโครงสร้างราคาในระดับนี้แล้ว การอ่านภาพรวมของงบทั้งโครงการจะง่ายขึ้นมาก อ่านต่อได้ที่ ค่าออกแบบภายในคิดอย่างไร? ราคาและรูปแบบการคิดค่าบริการ


BOQ กับสัญญา งวดงาน และการตรวจรับ

ประโยชน์ของ BOQ ไม่ได้จบที่การเทียบราคา แต่ต่อเนื่องไปตลอดโครงการ

และถ้ากำลังคัดเลือกผู้รับเหมาอยู่ BOQ คือหนึ่งในเอกสารหลักที่ใช้ประเมิน อ่านวิธีตรวจสอบผู้รับเหมาทั้งกระบวนการได้ที่ ผู้รับเหมาตกแต่งภายใน คืออะไร? และวิธีเลือกผู้รับเหมาที่เชื่อถือได้

ส่วนถ้ายังไม่ถึงขั้นขอ BOQ เพราะยังไม่รู้ว่าควรตั้งงบเท่าไหร่ตั้งแต่แรก ให้เริ่มจากการประเมินช่วงงบก่อน แล้วค่อยแปลงตัวเลขนั้นเป็นรายการงาน — วิธีคิดทั้งหมดอยู่ที่ รีโนเวทบ้าน ราคาเท่าไหร่ และควรเตรียมงบเท่าไหร่


มุมมองจาก Rubin’s Interior: BOQ ที่ดีวัดกันที่ “ตอบคำถามได้” ไม่ใช่ “ยาว”

BOQ ที่มีสองร้อยบรรทัดแต่ไม่มีสเปกกำกับ มีประโยชน์น้อยกว่า BOQ ห้าสิบบรรทัดที่ทุกบรรทัดระบุวัสดุและวิธีทำงานชัดเจน ความยาวไม่ได้แปลว่าละเอียด สิ่งที่แปลว่าละเอียดคือการที่คุณหยิบบรรทัดไหนขึ้นมาถามก็ได้คำตอบที่เป็นตัวเลขและที่มา

ในทางปฏิบัติ ปัญหาที่พบบ่อยกว่าการโกงคือการ ประเมินแบบหยาบ ผู้รับเหมาจำนวนไม่น้อยตั้งราคาจากประสบการณ์รวม ๆ แล้วค่อยไปเก็บรายละเอียดหน้างาน ซึ่งได้ผลดีตราบใดที่งานเป็นไปตามที่เคยเจอ และกลายเป็นงานเพิ่มทันทีที่ไม่เป็นอย่างนั้น การขอ BOQ ที่ละเอียดจึงไม่ใช่การไม่ไว้ใจ แต่เป็นการทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นตัวเลขชุดเดียวกันตั้งแต่วันแรก

5 คำถามที่ควรถามเมื่อได้รับ BOQ

  1. รายการนี้ถอดปริมาณจากแบบหน้าไหน และเผื่อเศษกี่เปอร์เซ็นต์
  2. สเปกวัสดุของรายการนี้คือยี่ห้อและรุ่นอะไร
  3. ราคานี้รวมค่าแรง ค่าขนส่ง และค่าอุปกรณ์ประกอบแล้วหรือยัง
  4. มีงานอะไรบ้างที่ “ไม่รวม” อยู่ใน BOQ ชุดนี้
  5. ถ้าปริมาณหน้างานจริงต่างจากที่ถอดไว้ คิดราคาอย่างไร

Framework: BOQ ที่ตรวจสอบได้ควรมีอะไรบ้าง

องค์ประกอบเหตุผล
รายการงานพร้อมสเปกวัสดุกันการเปลี่ยนของโดยไม่ผิดสัญญา
ปริมาณที่ถอดจากแบบตรวจย้อนกับแบบได้
หน่วยที่วัดได้ (ไม่ใช่ “เหมา”)เทียบและตรวจรับได้
ราคาต่อหน่วยใช้เทียบผู้รับเหมาและคิดงานเพิ่ม
รายการที่ระบุว่า “ไม่รวม”กันงานเพิ่มที่ไม่ได้ตั้งใจ

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้ BOQ เป็นแค่เอกสารตอนเลือกผู้รับเหมา แล้วเก็บเข้าแฟ้มหลังเซ็นสัญญา ทั้งที่คุณค่าจริงของมันอยู่ในสามเดือนถัดมา — ตอนกำหนดงวดงาน ตอนคิดงานเพิ่ม และตอนตรวจรับ เจ้าของที่พิมพ์ BOQ ออกมาแล้วไล่ติ๊กทีละรายการตอนตรวจงาน คือเจ้าของที่แทบไม่เคยมีข้อพิพาทเรื่องขอบเขตงาน

อยากได้แบบและ BOQ ที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้น

ดูบริการรับออกแบบตกแต่งภายในบ้านและคอนโดของ Rubin’s Interior ที่ส่งมอบแบบก่อสร้างและ BOQ แยกรายการพร้อมสเปกวัสดุ ใช้เทียบราคาและตรวจรับงานได้จริง

ดูบริการออกแบบบ้านและคอนโด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: BOQ คืออะไร?
BOQ ย่อมาจาก Bill of Quantities คือเอกสารที่แจกแจงงานทั้งหมดของโครงการออกเป็นรายการ พร้อมระบุปริมาณ หน่วย ราคาต่อหน่วย และราคารวมของแต่ละรายการ ใช้เป็นทั้งใบเสนอราคาที่ตรวจสอบได้ เครื่องมือเทียบราคาผู้รับเหมาหลายเจ้า และหลักฐานอ้างอิงตอนตรวจรับงาน

Q: BOQ กับใบเสนอราคาทั่วไป ต่างกันอย่างไร?
ใบเสนอราคาทั่วไปมักบอกราคารวมเป็นก้อน เช่น “งานตกแต่งภายใน 850,000 บาท” ซึ่งตรวจสอบไม่ได้ว่ารวมอะไรบ้าง ส่วน BOQ แยกทุกงานเป็นรายการพร้อมปริมาณและราคาต่อหน่วย จึงตรวจสอบได้ เทียบระหว่างผู้รับเหมาได้ และใช้คิดงานเพิ่ม–ลดได้ในภายหลัง

Q: ใครเป็นคนทำ BOQ?
ขึ้นกับรูปแบบการจ้าง ถ้าจ้างนักออกแบบก่อน นักออกแบบหรือผู้ถอดปริมาณจะทำ BOQ กลางให้ผู้รับเหมาทุกเจ้ากรอกราคาในรายการเดียวกัน ซึ่งเทียบราคาได้ยุติธรรมที่สุด ถ้าให้ผู้รับเหมาทำเอง แต่ละเจ้าจะแจกแจงไม่เหมือนกัน จึงต้องปรับขอบเขตให้เท่ากันก่อนเทียบ

Q: ถ้าผู้รับเหมาไม่ยอมให้ BOQ ควรทำอย่างไร?
ขอเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งโดยระบุว่าต้องการรายการ ปริมาณ หน่วย และราคาต่อหน่วย ถ้ายังไม่ได้ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน เพราะเหตุผลที่พบบ่อยไม่ใช่ความลับทางการค้า แต่คือยังไม่ได้ถอดปริมาณจริง การเซ็นสัญญาโดยไม่มี BOQ แปลว่าไม่มีเกณฑ์อ้างอิงทั้งตอนตรวจงานและตอนคิดงานเพิ่ม

Q: หน่วย “เหมา” ใน BOQ อันตรายอย่างไร?
เพราะไม่มีปริมาณให้ตรวจ ไม่มีราคาต่อหน่วยให้เทียบกับเจ้าอื่น และเวลามีงานเพิ่มก็ไม่มีฐานคำนวณ ถ้าเจอรายการแบบนี้ให้ขอแตกเป็นรายการย่อยที่มีหน่วยวัดได้ เช่น งานระบบไฟฟ้าควรแตกเป็นจำนวนจุด จำนวนวงจร ขนาดสาย และอุปกรณ์ควบคุม

Q: เทียบ BOQ หลายเจ้าอย่างไรให้ยุติธรรม?
อย่าเทียบที่ยอดรวม ให้ทำขอบเขตงานให้เท่ากันก่อน แล้วเทียบทีละหมวดและทีละราคาต่อหน่วย จากนั้นตามหางานที่หายไปในใบที่ถูกที่สุด — โดยเฉพาะงานรื้อถอน ขนทิ้ง ป้องกันพื้นที่ และทำความสะอาด สุดท้ายถามเหตุผลของส่วนต่างที่เกิน 15–20% ในหมวดเดียวกัน

Q: BOQ ใช้เป็นหลักฐานตอนตรวจรับงานได้ไหม?
ได้ และควรใช้ ถ้า BOQ ถูกอ้างถึงเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา คุณสามารถไล่ตรวจทีละรายการว่าทำครบตามปริมาณและสเปกที่ระบุไว้หรือไม่ นี่คือเหตุผลที่ BOQ ซึ่งไม่ระบุสเปกวัสดุทำให้การตรวจรับงานแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีเกณฑ์ว่าของที่ติดตั้งมาถูกต้องหรือไม่


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีย์ Interior Design 101 โดย Rubin’s Interior Design — บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในในกรุงเทพฯ ให้บริการทั้งงานที่พักอาศัย ออฟฟิศ และร้านอาหาร

ตรวจสอบเนื้อหาโดย Rubin’s Interior Design Team
ผู้เชี่ยวชาญด้านงานออกแบบตกแต่งภายใน บ้าน คอนโด ออฟฟิศ ร้านอาหาร และพื้นที่เชิงพาณิชย์ในกรุงเทพฯ
อัปเดตล่าสุด: สิงหาคม 2026

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่จำเป็นต้องกรอกถูกทำเครื่องหมาย *