BOQ ย่อมาจาก Bill of Quantities คือเอกสารที่แจกแจงงานทั้งหมดของโครงการออกเป็น “รายการ” พร้อมระบุปริมาณ หน่วย ราคาต่อหน่วย และราคารวมของแต่ละรายการ ทำหน้าที่สามอย่างพร้อมกัน คือเป็นใบเสนอราคาที่ตรวจสอบได้ เป็นเครื่องมือเทียบราคาผู้รับเหมาหลายเจ้าอย่างยุติธรรม และเป็นหลักฐานอ้างอิงตอนตรวจรับงาน
สารบัญบทความ
- BOQ คืออะไร และต่างจากใบเสนอราคาทั่วไปอย่างไร
- อ่าน BOQ ทีละบรรทัด (พร้อมตัวอย่างจริง)
- หน่วยใน BOQ แต่ละแบบหมายความว่าอย่างไร
- หมวดงานใน BOQ งานตกแต่งภายใน
- ตัวอย่างประกอบ: BOQ สองใบที่ “ต่างกัน 15%”
- 7 สัญญาณอันตรายที่ต้องมองหาใน BOQ
- เทียบ BOQ หลายเจ้าอย่างไรให้ยุติธรรม
- BOQ กับสัญญา งวดงาน และการตรวจรับ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
BOQ คืออะไร และต่างจากใบเสนอราคาทั่วไปอย่างไร
BOQ (อ่านว่า บี-โอ-คิว) ย่อมาจาก Bill of Quantities หรือ “บัญชีแสดงปริมาณงานและวัสดุ” หัวใจของมันคือคำว่า ปริมาณ — เอกสารนี้ไม่ได้บอกแค่ว่าจะทำอะไรและราคาเท่าไหร่ แต่บอกว่า ทำเท่าไหร่ ในหน่วยที่วัดได้จริง
ความต่างจากใบเสนอราคาทั่วไปคือจุดที่เจ้าของบ้านส่วนใหญ่มองข้าม และเป็นจุดที่ทำให้งบบานปลายได้มากที่สุด
| ใบเสนอราคาทั่วไป | BOQ | |
|---|---|---|
| ระดับรายละเอียด | รวมเป็นก้อน เช่น “งานตกแต่งภายใน 850,000 บาท” | แยกทีละรายการ พร้อมปริมาณและหน่วย |
| ตรวจสอบได้ไหม | ไม่ได้ — ไม่รู้ว่าราคานี้รวมอะไรบ้าง | ได้ — ทุกบรรทัดมีที่มา |
| ใช้เทียบหลายเจ้า | เทียบได้แค่ยอดรวม ซึ่งมักไม่ใช่ของเดียวกัน | เทียบได้ทีละหมวดและทีละรายการ |
| เวลามีงานเพิ่ม–ลด | ต้องเจรจาราคาใหม่ทั้งหมด | คิดจากราคาต่อหน่วยที่ตกลงไว้แล้ว |
| ตอนตรวจรับงาน | ไม่มีเกณฑ์อ้างอิง | ไล่ตรวจได้ทีละรายการว่าทำครบไหม |
ใครเป็นคนทำ BOQ? ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจ้าง ถ้าจ้างนักออกแบบก่อนแล้วค่อยหาผู้รับเหมา นักออกแบบหรือผู้ถอดปริมาณ (Quantity Surveyor) จะเป็นคนทำ BOQ กลางที่ส่งให้ผู้รับเหมาทุกเจ้ากรอกราคาลงในรายการเดียวกัน — วิธีนี้ทำให้เทียบราคาได้ยุติธรรมที่สุด ส่วนกรณีที่ให้ผู้รับเหมาทำ BOQ เอง แต่ละเจ้าจะแจกแจงรายการไม่เหมือนกัน จึงต้องเทียบด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
ในลำดับงานทั้งหมด BOQ เกิดขึ้นหลังจากแบบก่อสร้างเสร็จและก่อนเริ่มก่อสร้าง ถ้าอยากเห็นว่าแต่ละขั้นตอนได้เอกสารอะไรบ้าง อ่านต่อที่ ขั้นตอนการออกแบบตกแต่งภายใน มีกี่ขั้นตอน?
อ่าน BOQ ทีละบรรทัด (พร้อมตัวอย่างจริง)
BOQ หนึ่งบรรทัดประกอบด้วย 5 ช่องเสมอ และแต่ละช่องมีคำถามที่ต้องถามกำกับอยู่
| รายการงาน | ปริมาณ | หน่วย | ราคา/หน่วย | รวม |
|---|---|---|---|---|
| ปูกระเบื้องพอร์ซเลน 60×120 ซม. (รวมค่าแรงและปูนกาว) | 45 | ตร.ม. | 850 | 38,250 |
| ทาสีผนังภายใน รองพื้น 1 ชั้น ทับหน้า 2 ชั้น | 180 | ตร.ม. | 120 | 21,600 |
| ตู้เสื้อผ้าบิลท์อิน โครงไม้ HMR บานผิวเมลามีน | 3.6 | เมตรยาว | 12,000 | 43,200 |
| ฝ้ายิปซัมเรียบ ฉาบเรียบรอยต่อ (รวมโครงคร่าว) | 42 | ตร.ม. | 320 | 13,440 |
| ติดตั้งดวงโคมดาวน์ไลท์ (ไม่รวมค่าดวงโคม) | 18 | จุด | 350 | 6,300 |
| รื้อถอนผนังเบาและขนเศษวัสดุออกจากอาคาร | 12 | ตร.ม. | 450 | 5,400 |
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อการอธิบายโครงสร้างของ BOQ เท่านั้น ราคาจริงต่อหน่วยเปลี่ยนตามสเปกวัสดุ พื้นที่หน้างาน ชั้นของอาคาร และช่วงเวลา จึงไม่ควรนำไปใช้เป็นราคาอ้างอิงในการต่อรอง
คำถามที่ต้องถามกับแต่ละช่อง
ต้องระบุ สเปก ไม่ใช่แค่ชื่องาน “ทาสีผนัง” ไม่พอ ต้องรู้ว่ารองพื้นกี่ชั้น ทับหน้ากี่ชั้น สีชนิดไหน ยี่ห้ออะไร เพราะสองบรรทัดที่เขียนว่า “ทาสีผนัง” เหมือนกันอาจต่างกันสองเท่าในราคาและสามเท่าในอายุการใช้งาน สังเกตในตารางว่าทุกบรรทัดบอกทั้งวัสดุและสิ่งที่รวมอยู่ในราคา
ต้องมาจากการ ถอดปริมาณจากแบบ ไม่ใช่ประมาณด้วยสายตา วิธีตรวจที่ง่ายที่สุดคือสุ่มหยิบสองสามรายการมาวัดกับแบบเอง เช่น พื้นที่ห้องนอน 3.5 × 4 เมตร ควรได้พื้นกระเบื้องราว 14 ตร.ม. ถ้า BOQ เขียน 20 ตร.ม. ต้องถามว่าเผื่อเศษเท่าไหร่และเผื่อทำไมถึงมากขนาดนั้น
เป็นช่องที่ถูกใช้ซ่อนขอบเขตมากที่สุด และมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป หลักการสั้น ๆ คือ หน่วยที่วัดได้ (ตร.ม. เมตร จุด ชุด) ตรวจสอบได้ ส่วนหน่วยที่วัดไม่ได้ (เหมา งาน ระบบ) ตรวจสอบไม่ได้
นี่คือช่องที่ใช้เทียบระหว่างผู้รับเหมา ไม่ใช่ช่อง “รวม” เพราะราคารวมขึ้นกับปริมาณ ซึ่งแต่ละเจ้าอาจถอดมาไม่เท่ากัน ราคาต่อหน่วยยังเป็นตัวเลขที่ใช้คิดงานเพิ่ม–ลดในภายหลัง จึงควรตกลงให้ครบทุกรายการก่อนเซ็นสัญญา
ควรเท่ากับปริมาณ × ราคาต่อหน่วยเสมอ ฟังดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่การไล่เช็กเลขคูณทุกบรรทัดด้วยตัวเองเป็นวิธีที่พบข้อผิดพลาดได้บ่อยกว่าที่คิด ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ
หน่วยใน BOQ แต่ละแบบหมายความว่าอย่างไร
หน่วยเป็นเรื่องที่บทความ BOQ ส่วนใหญ่ข้ามไป ทั้งที่เป็นจุดที่ตรวจสอบง่ายที่สุดและซ่อนปัญหาไว้มากที่สุด
| หน่วย | ใช้กับงานประเภทไหน | ตรวจสอบอย่างไร |
|---|---|---|
| ตร.ม. (ตารางเมตร) | พื้น ผนัง ฝ้า สี กระเบื้อง วอลเปเปอร์ | วัดจากแบบได้โดยตรง ตรวจง่ายที่สุด |
| เมตรยาว | งานบิลท์อิน เคาน์เตอร์ ตู้ บัวเชิงผนัง | วัดความยาวจากแบบ แต่ต้องถามความสูงและความลึกด้วย เพราะราคาต่อเมตรเปลี่ยนตามขนาด |
| จุด | ปลั๊ก สวิตช์ ดวงโคม จุดน้ำ | นับจากแบบไฟฟ้าได้ ตรวจง่าย |
| ชุด / ตัว | สุขภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เครื่องใช้ไฟฟ้า | ต้องมีสเปกกำกับเสมอ ไม่งั้น “1 ชุด” คือของระดับไหนก็ได้ |
| เหมา / งาน / ระบบ | มักใช้กับงานระบบหรืองานที่ประเมินยาก | ⚠️ ตรวจสอบไม่ได้เลย — ต้องขอให้แตกเป็นรายการย่อย |
หมวดงานใน BOQ งานตกแต่งภายใน
BOQ ของงานสร้างบ้านกับ BOQ ของงานตกแต่งภายในมีหมวดงานไม่เหมือนกัน งานตกแต่งภายในไม่มีงานโครงสร้างและงานฐานราก แต่มีงานบิลท์อินและงานเก็บรายละเอียดที่ละเอียดกว่ามาก โดยทั่วไปแบ่งได้ 6 หมวด
รื้อผนังเดิม รื้อพื้นเดิม ขนเศษวัสดุออกจากอาคาร และการป้องกันพื้นที่ส่วนกลาง (สำคัญมากในคอนโด เพราะนิติบุคคลมักมีข้อกำหนดเรื่องเวลาทำงานและการใช้ลิฟต์)
ผนังเบา ฝ้าเพดาน พื้น ประตู หน้าต่าง งานสี — คิดเป็น ตร.ม. เกือบทั้งหมด จึงเป็นหมวดที่ตรวจปริมาณได้ง่ายที่สุด
ไฟฟ้า แสงสว่าง ปรับอากาศ สุขาภิบาล และระบบสื่อสาร มักคิดเป็น “จุด” ระวังการเขียนรวมเป็นเหมาในหมวดนี้เป็นพิเศษ
ตู้เสื้อผ้า ตู้ครัว เคาน์เตอร์ ชั้นวาง ผนังตกแต่ง — หมวดที่มักมีมูลค่าสูงสุดในงานตกแต่งภายใน และเป็นหมวดที่สเปกเปลี่ยนราคาได้มากที่สุด ต้องระบุวัสดุโครง วัสดุผิวหน้า และอุปกรณ์ (รางลิ้นชัก บานพับ) ให้ครบ
โซฟา เตียง โต๊ะ ผ้าม่าน พรม โคมไฟ ของแต่ง — หมวดนี้อาจอยู่หรือไม่อยู่ใน BOQ ก็ได้ ขึ้นกับขอบเขตการจ้าง ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อจ้างแบบครบวงจร — อ่านเพิ่มที่ Turnkey คืออะไร? บริการตกแต่งภายในครบวงจร ข้อดีและข้อเสีย
Big Cleaning การเก็บสี การแก้ Defect ตามรายการตรวจ และการขนย้ายออก หมวดที่ถูกลืมใส่บ่อยที่สุด และเป็นหนึ่งใน “งานที่หายไป” ที่ทำให้ BOQ ราคาถูกดูถูกกว่าความจริง
ตัวอย่างประกอบ: BOQ สองใบที่ “ต่างกัน 15%” (โจทย์สมมติ)
สมมติว่าคุณส่งแบบรีโนเวทคอนโดชุดเดียวกันให้ผู้รับเหมาสองเจ้า แล้วได้ BOQ กลับมาสองใบ ใบ ก. ยอดรวม 980,000 บาท ใบ ข. ยอดรวม 850,000 บาท ต่างกันราว 15% ถ้าดูแค่ยอดรวม ใบ ข. ชนะทันที
แต่เมื่อวางเทียบทีละหมวดตามวิธีในหัวข้อก่อนหน้า ภาพเปลี่ยนไป:
| หมวดงาน | ใบ ก. | ใบ ข. | ข้อสังเกต |
|---|---|---|---|
| รื้อถอนและขนทิ้ง | 45,000 | — | ใบ ข. ไม่มีรายการนี้เลย |
| งานสถาปัตย์ (พื้น ผนัง ฝ้า สี) | 320,000 | 310,000 | ใกล้เคียงกัน — ราคาต่อหน่วยพอ ๆ กัน |
| งานระบบไฟฟ้าและแอร์ | 210,000 | 180,000 (เหมา) | ใบ ข. เป็นก้อนเหมา ตรวจไม่ได้ |
| งานบิลท์อิน | 355,000 | 340,000 | ต้องเทียบสเปกวัสดุโครงและผิวหน้า |
| ทำความสะอาดและส่งมอบ | 50,000 | 20,000 | ใบ ข. ไม่รวม Big Cleaning |
ส่วนต่าง 130,000 บาทเกือบทั้งหมดไม่ได้มาจาก “ราคาถูกกว่า” แต่มาจากงานที่ไม่ได้อยู่ในกระดาษ — งานรื้อถอนที่ยังไงก็ต้องทำ งานระบบที่ยังไม่มีใครนับจุด และงานทำความสะอาดที่ตัดออกครึ่งหนึ่ง เมื่อเติมรายการที่ขาดกลับเข้าไปในใบ ข. ตัวเลขทั้งสองใบมักจบที่ระยะห่างไม่กี่เปอร์เซ็นต์
หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อการอธิบายวิธีเปรียบเทียบเท่านั้น ไม่ใช่ราคาอ้างอิงของตลาด และไม่ได้มาจากโครงการของลูกค้ารายใด
อยากให้มีคนช่วยอ่าน BOQ ก่อนตัดสินใจ?
เริ่มจาก Space Transformation Audit เซสชันปรึกษาเชิงลึก 60 นาที เพื่อตรวจขอบเขตงาน ประเมินพื้นที่ และดูว่ามีรายการสำคัญอะไรหายไปจากใบเสนอราคาที่คุณได้รับ (฿3,800 จากปกติ ฿4,500)
จองเซสชันประเมินพื้นที่ (Space Transformation Audit)7 สัญญาณอันตรายที่ต้องมองหาใน BOQ
รายการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าผู้รับเหมาไม่ซื่อสัตย์เสมอไป — บ่อยครั้งแปลว่ายังไม่ได้คำนวณจริง ซึ่งจบลงที่ปัญหาเดียวกันคืองบบานปลาย
- รายการที่ใช้หน่วย “เหมา” หรือเขียนว่า “ตามแบบ” โดยไม่มีปริมาณ — ตรวจไม่ได้ เทียบไม่ได้ คิดงานเพิ่มไม่ได้
- ไม่ระบุสเปกวัสดุ — ไม่มียี่ห้อ รุ่น สี ความหนา ทำให้ผู้รับเหมาเปลี่ยนไปใช้ของถูกกว่าได้โดยไม่ผิดสัญญา
- ปริมาณไม่ตรงกับแบบ — สุ่มวัดสองสามรายการแล้วต่างจากแบบเกิน 10–15% โดยไม่มีคำอธิบาย แปลว่าอาจไม่มีใครถอดปริมาณจริง
- หมวด “อื่น ๆ” หรือ “เบ็ดเตล็ด” ก้อนใหญ่ผิดสัดส่วน — ถ้าเกิน 5–10% ของยอดรวม ต้องขอให้แตกรายการ
- งานที่หายไป — รื้อถอน ขนทิ้ง ป้องกันพื้นที่ ทำความสะอาด ค่าลิฟต์และค่าส่วนกลาง งานเก็บสี รายการเหล่านี้ไม่หายไปจากหน้างานจริง หายแค่จากกระดาษ แล้วกลับมาเป็นงานเพิ่ม
- ราคาต่อหน่วยต่ำผิดปกติในหมวดใหญ่ — บางครั้งตั้งใจให้ชนะการเทียบราคา แล้วไปเก็บคืนจากงานเพิ่มระหว่างทาง เทียบราคาต่อหน่วยกับเจ้าอื่นเสมอ ไม่ใช่แค่ยอดรวม
- ไม่มีเงื่อนไขราคางานเพิ่ม–ลด — ถ้าไม่ตกลงไว้ล่วงหน้า ราคางานเพิ่มจะถูกกำหนดในวันที่คุณไม่มีทางเลือกแล้ว
เทียบ BOQ หลายเจ้าอย่างไรให้ยุติธรรม
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเปิดสามใบมาดูยอดรวมแล้วเลือกเจ้าที่ถูกที่สุด ซึ่งเกือบทุกครั้งเป็นการเลือกเจ้าที่ ใส่งานมาน้อยที่สุด ไม่ใช่เจ้าที่ราคาดีที่สุด ลำดับที่ถูกต้องมี 5 ขั้น
ขั้นที่ 1 — ทำขอบเขตให้เท่ากันก่อน
ไล่ดูว่าแต่ละเจ้ามีรายการอะไรที่อีกเจ้าไม่มี แล้วขอให้ทุกเจ้าใส่รายการที่ขาดเข้ามา ก่อนจะเทียบตัวเลขใด ๆ ทั้งสิ้น วิธีที่ดีกว่าคือให้ทุกเจ้ากรอกราคาลงใน BOQ กลางชุดเดียวกันตั้งแต่ต้น
ขั้นที่ 2 — เทียบทีละหมวด ไม่ใช่ยอดรวม
รวมราคาของแต่ละหมวด (รื้อถอน สถาปัตย์ ระบบ บิลท์อิน) แล้ววางเทียบกัน จะเห็นทันทีว่าส่วนต่างมาจากหมวดไหน ซึ่งมักกระจุกอยู่ที่หมวดเดียวไม่ใช่กระจายทั้งใบ
ขั้นที่ 3 — เทียบราคาต่อหน่วย ไม่ใช่ราคารวมรายการ
เพราะราคารวมขึ้นกับปริมาณที่แต่ละเจ้าถอดมา ถ้าราคาต่อหน่วยใกล้เคียงกันแต่ยอดรวมต่างกันมาก แปลว่าปัญหาอยู่ที่การถอดปริมาณ ไม่ใช่ที่ราคา
ขั้นที่ 4 — ตามหา “งานที่หายไป” ในใบที่ถูกที่สุด
ใช้รายการหมวดที่ 1 และ 6 ในหัวข้อก่อนหน้าเป็นเช็กลิสต์ งานรื้อถอน ขนทิ้ง ป้องกันพื้นที่ และทำความสะอาด คือสี่รายการที่หายบ่อยที่สุด
ขั้นที่ 5 — ถามเหตุผลของส่วนต่างที่เกิน 15–20%
ส่วนต่างระดับนี้ในหมวดเดียวกันมักมีคำอธิบายที่ชัดเจนเสมอ เช่น สเปกวัสดุคนละเกรด วิธีติดตั้งต่างกัน หรือรวม–ไม่รวมค่าแรงบางส่วน คำตอบที่ได้บอกคุณภาพของผู้รับเหมามากพอ ๆ กับตัวเลขเอง
เมื่อเข้าใจโครงสร้างราคาในระดับนี้แล้ว การอ่านภาพรวมของงบทั้งโครงการจะง่ายขึ้นมาก อ่านต่อได้ที่ ค่าออกแบบภายในคิดอย่างไร? ราคาและรูปแบบการคิดค่าบริการ
BOQ กับสัญญา งวดงาน และการตรวจรับ
ประโยชน์ของ BOQ ไม่ได้จบที่การเทียบราคา แต่ต่อเนื่องไปตลอดโครงการ
- เป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา — BOQ ที่ตกลงกันควรถูกอ้างถึงในสัญญาโดยตรง ไม่ใช่เก็บไว้เป็นเอกสารประกอบการเสนอราคาเฉย ๆ
- ใช้กำหนดงวดงาน — งวดชำระควรผูกกับกลุ่มรายการใน BOQ ที่ตรวจได้ เช่น “จ่ายงวดที่ 3 เมื่องานฝ้าและงานสีตามรายการที่ 12–20 แล้วเสร็จ” ไม่ใช่ผูกกับวันที่ในปฏิทิน
- ใช้คิดงานเพิ่ม–ลด — เมื่อเจ้าของขอเปลี่ยนแบบ ราคาต่อหน่วยใน BOQ คือฐานคำนวณที่ตกลงไว้แล้ว ไม่ต้องเจรจาใหม่ตอนที่เสียเปรียบ
- ใช้ตรวจรับงาน — ไล่ทีละรายการว่าทำครบตามปริมาณและสเปกหรือไม่ นี่คือเหตุผลที่ BOQ ที่ไม่มีสเปกทำให้การตรวจรับแทบเป็นไปไม่ได้
- ใช้เป็นหลักฐาน — เมื่อเกิดข้อพิพาท BOQ ที่แนบท้ายสัญญาคือเอกสารที่ระบุว่าตกลงกันว่าจะได้อะไร
และถ้ากำลังคัดเลือกผู้รับเหมาอยู่ BOQ คือหนึ่งในเอกสารหลักที่ใช้ประเมิน อ่านวิธีตรวจสอบผู้รับเหมาทั้งกระบวนการได้ที่ ผู้รับเหมาตกแต่งภายใน คืออะไร? และวิธีเลือกผู้รับเหมาที่เชื่อถือได้
ส่วนถ้ายังไม่ถึงขั้นขอ BOQ เพราะยังไม่รู้ว่าควรตั้งงบเท่าไหร่ตั้งแต่แรก ให้เริ่มจากการประเมินช่วงงบก่อน แล้วค่อยแปลงตัวเลขนั้นเป็นรายการงาน — วิธีคิดทั้งหมดอยู่ที่ รีโนเวทบ้าน ราคาเท่าไหร่ และควรเตรียมงบเท่าไหร่
มุมมองจาก Rubin’s Interior: BOQ ที่ดีวัดกันที่ “ตอบคำถามได้” ไม่ใช่ “ยาว”
BOQ ที่มีสองร้อยบรรทัดแต่ไม่มีสเปกกำกับ มีประโยชน์น้อยกว่า BOQ ห้าสิบบรรทัดที่ทุกบรรทัดระบุวัสดุและวิธีทำงานชัดเจน ความยาวไม่ได้แปลว่าละเอียด สิ่งที่แปลว่าละเอียดคือการที่คุณหยิบบรรทัดไหนขึ้นมาถามก็ได้คำตอบที่เป็นตัวเลขและที่มา
ในทางปฏิบัติ ปัญหาที่พบบ่อยกว่าการโกงคือการ ประเมินแบบหยาบ ผู้รับเหมาจำนวนไม่น้อยตั้งราคาจากประสบการณ์รวม ๆ แล้วค่อยไปเก็บรายละเอียดหน้างาน ซึ่งได้ผลดีตราบใดที่งานเป็นไปตามที่เคยเจอ และกลายเป็นงานเพิ่มทันทีที่ไม่เป็นอย่างนั้น การขอ BOQ ที่ละเอียดจึงไม่ใช่การไม่ไว้ใจ แต่เป็นการทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นตัวเลขชุดเดียวกันตั้งแต่วันแรก
5 คำถามที่ควรถามเมื่อได้รับ BOQ
- รายการนี้ถอดปริมาณจากแบบหน้าไหน และเผื่อเศษกี่เปอร์เซ็นต์
- สเปกวัสดุของรายการนี้คือยี่ห้อและรุ่นอะไร
- ราคานี้รวมค่าแรง ค่าขนส่ง และค่าอุปกรณ์ประกอบแล้วหรือยัง
- มีงานอะไรบ้างที่ “ไม่รวม” อยู่ใน BOQ ชุดนี้
- ถ้าปริมาณหน้างานจริงต่างจากที่ถอดไว้ คิดราคาอย่างไร
Framework: BOQ ที่ตรวจสอบได้ควรมีอะไรบ้าง
| องค์ประกอบ | เหตุผล |
|---|---|
| รายการงานพร้อมสเปกวัสดุ | กันการเปลี่ยนของโดยไม่ผิดสัญญา |
| ปริมาณที่ถอดจากแบบ | ตรวจย้อนกับแบบได้ |
| หน่วยที่วัดได้ (ไม่ใช่ “เหมา”) | เทียบและตรวจรับได้ |
| ราคาต่อหน่วย | ใช้เทียบผู้รับเหมาและคิดงานเพิ่ม |
| รายการที่ระบุว่า “ไม่รวม” | กันงานเพิ่มที่ไม่ได้ตั้งใจ |
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้ BOQ เป็นแค่เอกสารตอนเลือกผู้รับเหมา แล้วเก็บเข้าแฟ้มหลังเซ็นสัญญา ทั้งที่คุณค่าจริงของมันอยู่ในสามเดือนถัดมา — ตอนกำหนดงวดงาน ตอนคิดงานเพิ่ม และตอนตรวจรับ เจ้าของที่พิมพ์ BOQ ออกมาแล้วไล่ติ๊กทีละรายการตอนตรวจงาน คือเจ้าของที่แทบไม่เคยมีข้อพิพาทเรื่องขอบเขตงาน
อยากได้แบบและ BOQ ที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้น
ดูบริการรับออกแบบตกแต่งภายในบ้านและคอนโดของ Rubin’s Interior ที่ส่งมอบแบบก่อสร้างและ BOQ แยกรายการพร้อมสเปกวัสดุ ใช้เทียบราคาและตรวจรับงานได้จริง
ดูบริการออกแบบบ้านและคอนโดบทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: BOQ คืออะไร?
BOQ ย่อมาจาก Bill of Quantities คือเอกสารที่แจกแจงงานทั้งหมดของโครงการออกเป็นรายการ พร้อมระบุปริมาณ หน่วย ราคาต่อหน่วย และราคารวมของแต่ละรายการ ใช้เป็นทั้งใบเสนอราคาที่ตรวจสอบได้ เครื่องมือเทียบราคาผู้รับเหมาหลายเจ้า และหลักฐานอ้างอิงตอนตรวจรับงาน
Q: BOQ กับใบเสนอราคาทั่วไป ต่างกันอย่างไร?
ใบเสนอราคาทั่วไปมักบอกราคารวมเป็นก้อน เช่น “งานตกแต่งภายใน 850,000 บาท” ซึ่งตรวจสอบไม่ได้ว่ารวมอะไรบ้าง ส่วน BOQ แยกทุกงานเป็นรายการพร้อมปริมาณและราคาต่อหน่วย จึงตรวจสอบได้ เทียบระหว่างผู้รับเหมาได้ และใช้คิดงานเพิ่ม–ลดได้ในภายหลัง
Q: ใครเป็นคนทำ BOQ?
ขึ้นกับรูปแบบการจ้าง ถ้าจ้างนักออกแบบก่อน นักออกแบบหรือผู้ถอดปริมาณจะทำ BOQ กลางให้ผู้รับเหมาทุกเจ้ากรอกราคาในรายการเดียวกัน ซึ่งเทียบราคาได้ยุติธรรมที่สุด ถ้าให้ผู้รับเหมาทำเอง แต่ละเจ้าจะแจกแจงไม่เหมือนกัน จึงต้องปรับขอบเขตให้เท่ากันก่อนเทียบ
Q: ถ้าผู้รับเหมาไม่ยอมให้ BOQ ควรทำอย่างไร?
ขอเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งโดยระบุว่าต้องการรายการ ปริมาณ หน่วย และราคาต่อหน่วย ถ้ายังไม่ได้ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน เพราะเหตุผลที่พบบ่อยไม่ใช่ความลับทางการค้า แต่คือยังไม่ได้ถอดปริมาณจริง การเซ็นสัญญาโดยไม่มี BOQ แปลว่าไม่มีเกณฑ์อ้างอิงทั้งตอนตรวจงานและตอนคิดงานเพิ่ม
Q: หน่วย “เหมา” ใน BOQ อันตรายอย่างไร?
เพราะไม่มีปริมาณให้ตรวจ ไม่มีราคาต่อหน่วยให้เทียบกับเจ้าอื่น และเวลามีงานเพิ่มก็ไม่มีฐานคำนวณ ถ้าเจอรายการแบบนี้ให้ขอแตกเป็นรายการย่อยที่มีหน่วยวัดได้ เช่น งานระบบไฟฟ้าควรแตกเป็นจำนวนจุด จำนวนวงจร ขนาดสาย และอุปกรณ์ควบคุม
Q: เทียบ BOQ หลายเจ้าอย่างไรให้ยุติธรรม?
อย่าเทียบที่ยอดรวม ให้ทำขอบเขตงานให้เท่ากันก่อน แล้วเทียบทีละหมวดและทีละราคาต่อหน่วย จากนั้นตามหางานที่หายไปในใบที่ถูกที่สุด — โดยเฉพาะงานรื้อถอน ขนทิ้ง ป้องกันพื้นที่ และทำความสะอาด สุดท้ายถามเหตุผลของส่วนต่างที่เกิน 15–20% ในหมวดเดียวกัน
Q: BOQ ใช้เป็นหลักฐานตอนตรวจรับงานได้ไหม?
ได้ และควรใช้ ถ้า BOQ ถูกอ้างถึงเป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา คุณสามารถไล่ตรวจทีละรายการว่าทำครบตามปริมาณและสเปกที่ระบุไว้หรือไม่ นี่คือเหตุผลที่ BOQ ซึ่งไม่ระบุสเปกวัสดุทำให้การตรวจรับงานแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีเกณฑ์ว่าของที่ติดตั้งมาถูกต้องหรือไม่
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีย์ Interior Design 101 โดย Rubin’s Interior Design — บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในในกรุงเทพฯ ให้บริการทั้งงานที่พักอาศัย ออฟฟิศ และร้านอาหาร