Interior Design คืออะไร? ความหมาย ขอบเขต และสิ่งที่นักออกแบบภายในทำ

Interior Design หรือ การออกแบบภายใน คือ ศาสตร์และศิลป์ในการออกแบบพื้นที่ภายในอาคารให้มีความสวยงาม ใช้งานได้จริง และสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งาน โดยครอบคลุมตั้งแต่การวางผังพื้นที่ การเลือกวัสดุ แสงสว่าง เฟอร์นิเจอร์ และรายละเอียดตกแต่งทุกจุดภายในอาคาร


Interior Design คืออะไร?

ภาพ 3D ห้องนั่งเล่นต่อเนื่องห้องอาหารบ้านเดี่ยว ผนังหินอ่อนและพื้นขาวเงา
ตัวอย่างพื้นที่ที่ผ่านงานออกแบบภายในครบทุกองค์ประกอบ

Interior Design หรือ การออกแบบตกแต่งภายใน คือกระบวนการวางแผนและออกแบบพื้นที่ภายในอาคารอย่างเป็นระบบ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ตอบสนองทั้งการใช้งานและความต้องการทางอารมณ์ของผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้งาน

คำว่า “Interior” มาจากภาษาอังกฤษ แปลว่า “ภายใน” ส่วน “Design” หมายถึง การออกแบบวางแผน เมื่อรวมกันจึงหมายถึง การออกแบบสิ่งที่อยู่ภายในอาคาร ซึ่งไม่ใช่แค่การตกแต่งให้สวยงาม แต่รวมถึงการคำนึงถึงการไหลเวียนของพื้นที่ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน

ในประเทศไทย ผู้ที่ประกอบวิชาชีพด้านนี้เรียกว่า มัณฑนากร ซึ่งมาจากคำสันสกฤตว่า มัณฑน (มัณทะนะ) แปลว่า การประดับตกแต่ง


ขอบเขตของงาน Interior Design มีอะไรบ้าง?

ขอบเขตงาน Interior Design ครอบคลุมพื้นที่แบบไหนบ้างขอบเขตงาน Interior Design ครอบคลุมพื้นที่แบบไหนบ้าง. ที่อยู่อาศัย: บ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮาส์, คอนโดมิเนียม, ห้องแต่ละห้อง. เชิงพาณิชย์: ออฟฟิศ, ร้านค้า, ร้านอาหาร คาเฟ่, โชว์รูม. เฉพาะทาง: คลินิก, โรงแรม, พื้นที่ส่วนกลาง, พื้นที่จัดแสดง. ทุกประเภทใช้หลักการเดียวกัน: วางผัง–คุมวัสดุ–งานระบบ–งานบิลท์อินขอบเขตงาน Interior Design ครอบคลุมพื้นที่แบบไหนบ้างที่อยู่อาศัยบ้านเดี่ยวทาวน์เฮาส์คอนโดมิเนียมห้องแต่ละห้องเชิงพาณิชย์ออฟฟิศร้านค้าร้านอาหาร คาเฟ่โชว์รูมเฉพาะทางคลินิกโรงแรมพื้นที่ส่วนกลางพื้นที่จัดแสดงทุกประเภทใช้หลักการเดียวกัน: วางผัง–คุมวัสดุ–งานระบบ–งานบิลท์อิน
งานออกแบบภายในครอบคลุมหลายประเภทพื้นที่ บทความนี้เจาะที่อยู่อาศัยเป็นหลัก

งาน Interior Design ครอบคลุมพื้นที่ได้หลากหลายประเภท ไม่จำกัดเพียงที่อยู่อาศัย แต่รวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์และสาธารณะทุกประเภท

พื้นที่อยู่อาศัย (Residential)

พื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial)

พื้นที่เฉพาะทาง

งาน Interior Design ที่ดีไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำให้ “สวย” เท่านั้น แต่ต้องทำให้พื้นที่นั้น ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สะท้อนเอกลักษณ์ ของเจ้าของหรือแบรนด์นั้นๆ ด้วย


กรณีศึกษา: บ้านเดี่ยวหนึ่งหลัง งานออกแบบภายในทำอะไรบ้าง

วิธีที่เข้าใจง่ายที่สุดว่างานออกแบบภายในครอบคลุมอะไร คือเดินดูบ้านจริงหนึ่งหลังตั้งแต่วันรับโอนที่ยังเป็นห้องเปล่า ไปจนถึงบ้านที่พร้อมอยู่ บ้านเดี่ยวสองชั้นหลังนี้ผ่านงานออกแบบภายในครบทุกส่วน ตั้งแต่การวางผัง การเลือกวัสดุ ไปจนถึงงานบิลท์อินและระบบแสง

ก่อนภาพถ่ายห้องนั่งเล่นบ้านเดี่ยวสภาพเดิมก่อนออกแบบ ผนังเปล่าและพื้นกระเบื้อง
ห้องนั่งเล่นเดิม ยังเป็นกล่องสี่เหลี่ยมผนังเปล่า
หลังภาพ 3D ห้องนั่งเล่นบ้านเดี่ยวหลังออกแบบสไตล์ลอฟท์ ผนังปูนเปลือยและอิฐโชว์แนว
หลังออกแบบ มีคาแรกเตอร์ชัดและต่อเนื่องกับส่วนอื่น

ห้องนั่งเล่นเปลี่ยนจากกล่องสี่เหลี่ยมผนังเปล่า เป็นพื้นที่ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนด้วยผนังปูนเปลือยและอิฐโชว์แนว ผนังทีวีบิลท์อิน และการจัดผังให้ต่อเนื่องกับส่วนรับประทานอาหาร นี่คือหัวใจของงานออกแบบภายใน — การกำหนดว่าแต่ละพื้นที่ทำหน้าที่อะไรและเชื่อมกันอย่างไร

ก่อนภาพถ่ายโถงบันไดชั้นบนบ้านเดี่ยวสภาพเดิม เป็นพื้นที่เหลือใช้
โถงชั้นบนเดิม พื้นที่เหลือใช้ที่ยังไม่ถูกจัด
หลังภาพ 3D โถงชั้นบนที่ออกแบบเป็นมุมออกกำลังกายและมุมพระ
หลังออกแบบ กลายเป็นมุมออกกำลังกายและมุมพระ

โถงบันไดชั้นบนที่เคยเป็นพื้นที่เหลือใช้ ถูกออกแบบใหม่เป็นมุมออกกำลังกายและมุมพระ การเปลี่ยนพื้นที่ตายให้กลายเป็นพื้นที่ใช้งานคือสิ่งที่งานตกแต่งเพียงอย่างเดียวทำไม่ได้ ต้องเริ่มจากการวางผังก่อน

ก่อนภาพถ่ายห้องนอนบ้านเดี่ยวสภาพเดิม ผนังวอลเปเปอร์ขาวและยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์
ห้องนอนเดิม ก่อนงานออกแบบ
หลังภาพ 3D ห้องนอนใหญ่บ้านเดี่ยวหลังออกแบบ หัวเตียงบุผนังไม้และตู้บิลท์อิน
หลังออกแบบ หัวเตียงบุผนัง ตู้บิลท์อิน และคุมโทนทั้งห้อง

ห้องนอนใหญ่ปิดท้ายด้วยงานหัวเตียงบุผนัง ตู้เสื้อผ้าบิลท์อินเต็มผนัง และการคุมโทนสีทั้งห้อง ครบทั้งสามชั้นของงาน คือ ผัง–งานติดตั้งถาวร–ของตกแต่ง

ขั้นตอนหลักของงานออกแบบภายในขั้นตอนหลักของงานออกแบบภายใน. 1. บรีฟและสำรวจพื้นที่ — เข้าใจการใช้งานและงบ. 2. ออกแบบคอนเซ็ปต์ — ผัง มู้ด และภาพ 3D. 3. แบบก่อสร้างและวัสดุ — แบบรายละเอียดและสเปก. 4. ก่อสร้างและตกแต่ง — คุมงานจนพร้อมอยู่. ระยะเวลาแตกต่างตามขนาดและความซับซ้อนของพื้นที่ขั้นตอนหลักของงานออกแบบภายใน1บรีฟและสำรวจพื้นที่เข้าใจการใช้งานและงบ2ออกแบบคอนเซ็ปต์ผัง มู้ด และภาพ 3D3แบบก่อสร้างและวัสดุแบบรายละเอียดและสเปก4ก่อสร้างและตกแต่งคุมงานจนพร้อมอยู่ระยะเวลาแตกต่างตามขนาดและความซับซ้อนของพื้นที่
ภาพรวมขั้นตอนการทำงานของนักออกแบบภายใน

พร้อมเริ่มออกแบบพื้นที่ของคุณหรือยัง?

จอง Space Transformation Audit เซสชัน 60 นาที เพื่อให้นักออกแบบช่วยมองภาพรวมและลำดับงานของโครงการคุณ (฿3,800 จากปกติ ฿4,500)

จองเซสชันประเมินพื้นที่ (Space Transformation Audit)

นักออกแบบภายใน (Interior Designer) ทำอะไรบ้าง?

ภาพ 3D ห้องทำงานในบ้านเดี่ยว ชั้นหนังสือบิลท์อินไม้เต็มผนัง
นักออกแบบวางผังและออกแบบงานบิลท์อินของห้องทำงานในบ้าน

นักออกแบบภายในหรือมัณฑนากร ไม่ใช่แค่คนที่เลือกสีผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ งานจริงของพวกเขาครอบคลุมกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ

1. รับฟังและวิเคราะห์ความต้องการ (Brief & Programming)

ขั้นตอนแรกคือการทำความเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร ใช้พื้นที่นั้นทำอะไร มีกี่คนใช้งาน มีงบประมาณเท่าไหร่ และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง นักออกแบบที่ดีจะถามคำถามที่ลูกค้าไม่เคยคิดถึงมาก่อน

2. สำรวจและวัดพื้นที่จริง (Site Survey)

ก่อนออกแบบ นักออกแบบจะต้องลงพื้นที่จริงเพื่อวัดขนาด ตรวจสอบโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ ช่องหน้าต่างและประตู รวมถึงทิศทางแสงธรรมชาติ ข้อมูลเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบ

3. จัดทำแนวความคิดการออกแบบ (Concept Design)

นักออกแบบจะพัฒนา Concept หรือแนวความคิดหลักของโครงการ ซึ่งอาจแสดงผ่าน Mood Board (ภาพรวมบรรยากาศที่ต้องการ), Material Board (ตัวอย่างวัสดุและสีที่จะใช้) และ Concept Sketch (ภาพร่างแนวคิด)

4. ออกแบบและจัดทำแบบ (Design Development & Drawing)

เมื่อลูกค้าอนุมัติ Concept แล้ว นักออกแบบจะพัฒนาแบบให้ละเอียดขึ้น ซึ่งรวมถึง: – Floor Plan — ผังพื้นแสดงการจัดวางพื้นที่และเฟอร์นิเจอร์ – Elevation Drawing — แบบแสดงมุมมองด้านข้างแต่ละผนัง – 3D Visualization — ภาพจำลอง 3 มิติให้ลูกค้าเห็นภาพก่อนก่อสร้าง – Material & Finish Schedule — รายการวัสดุที่ใช้ในแต่ละส่วน – Furniture Layout — การจัดวางและเลือกเฟอร์นิเจอร์

5. จัดทำแบบก่อสร้างและ BOQ (Construction Documents)

แบบก่อสร้างคือชุดเอกสารที่ผู้รับเหมาใช้ในการก่อสร้างจริง ประกอบด้วยแบบ Shop Drawing ที่มีขนาดละเอียดครบถ้วน รวมถึง BOQ (Bill of Quantities) หรือรายการวัสดุและปริมาณงานที่ใช้สำหรับคำนวณราคา

6. คัดเลือกผู้รับเหมาและควบคุมงาน (Procurement & Site Supervision)

นักออกแบบที่รับงานแบบครบวงจรจะช่วยคัดเลือกผู้รับเหมา ตรวจสอบราคา และควบคุมดูแลหน้างานให้ได้ตามแบบที่ออกแบบไว้ นี่คือความแตกต่างระหว่างการจ้างนักออกแบบกับการซื้อแบบสำเร็จรูป

7. ตรวจรับงานและส่งมอบ (Handover)

เมื่องานก่อสร้างเสร็จสิ้น นักออกแบบจะตรวจสอบงานให้ตรงตามแบบ จัดทำ Punch List (รายการงานที่ต้องแก้ไข) และส่งมอบพื้นที่ให้ลูกค้า


Interior Design ต่างจากสถาปัตยกรรม (Architecture) อย่างไร?

ผังจัดวางเฟอร์นิเจอร์บ้านเดี่ยวสองชั้น
ผังการจัดวางพื้นที่ — เครื่องมือหลักที่แยกงานออกแบบภายในจากงานสถาปัตย์

นี่คือคำถามที่หลายคนสับสน เพราะทั้งสองสาขามีความเกี่ยวข้องกันแต่มีขอบเขตงานที่แตกต่างกันชัดเจน

สถาปัตยกรรม (Architecture) Interior Design
โฟกัสหลัก โครงสร้างและเปลือกอาคาร พื้นที่ภายในอาคาร
ขอบเขตงาน การออกแบบอาคารทั้งหลัง ตั้งแต่ฐานราก โครงสร้าง หลังคา การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายใน วัสดุ ตกแต่ง
ใบอนุญาต ต้องมีใบประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม (สถ.) ไม่บังคับใบอนุญาต แต่มีมาตรฐานวิชาชีพมัณฑนากร
งานที่ทำ แบบก่อสร้างอาคาร โครงสร้าง ระบบ Floor Plan, Elevation, 3D, Material Spec
เริ่มงานเมื่อ ก่อนก่อสร้างอาคาร หลังอาคารมีโครงสร้างแล้ว หรือรีโนเวท
ทำงานร่วมกัน วางโครงสร้างและระบบให้นักออกแบบภายในทำงานต่อ รับไม้ต่อจากสถาปนิก หรือทำงานคู่กัน

สรุปง่ายๆ: สถาปนิกสร้าง “กล่อง” นักออกแบบภายในทำให้ “ข้างในกล่อง” น่าอยู่และใช้งานได้

ในโครงการขนาดใหญ่อย่างออฟฟิศหรือโรงแรม มักต้องทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่าย ส่วนโครงการรีโนเวทที่ไม่แก้ไขโครงสร้างอาคาร มักใช้นักออกแบบภายในเพียงฝ่ายเดียว


เครื่องมือที่นักออกแบบภายในใช้งาน

ภาพ 3D มุมรับประทานอาหารพร้อมเปียโนในบ้านเดี่ยว
การจัดพื้นที่ใช้งานหลายฟังก์ชันให้อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว

นักออกแบบภายในในปัจจุบันใช้เครื่องมือที่หลากหลาย ทั้งในเชิงสร้างสรรค์และเชิงเทคนิค

เครื่องมือวาดแบบและโมเดล 3D

เครื่องมือสร้าง Concept และ Presentation

เครื่องมือบริหารโครงการ


ระยะเวลาของโครงการ Interior Design

หนึ่งในคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดคือ “ใช้เวลานานแค่ไหน?” คำตอบขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของโครงการ ตารางด้านล่างเป็น Guideline โดยประมาณ

ขั้นตอน คอนโด 1–2 ห้องนอน บ้านเดี่ยว ออฟฟิศขนาดกลาง
Brief & Concept 1–2 สัปดาห์ 2–3 สัปดาห์ 2–4 สัปดาห์
Design Development & Drawing 2–4 สัปดาห์ 4–6 สัปดาห์ 4–8 สัปดาห์
Construction Documents & BOQ 1–2 สัปดาห์ 2–3 สัปดาห์ 3–5 สัปดาห์
ก่อสร้างและตกแต่ง 6–10 สัปดาห์ 12–20 สัปดาห์ 8–16 สัปดาห์
รวมทั้งโครงการ ~3–4 เดือน ~6–9 เดือน ~5–8 เดือน

ปัจจัยที่ทำให้ใช้เวลานานขึ้น: – การเปลี่ยนแบบหลายรอบระหว่างโครงการ – วัสดุพิเศษที่ต้องสั่งนำเข้า (ใช้เวลา 6–12 สัปดาห์) – งานที่ต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทาง เช่น งานปูนปั้น งานเหล็กดัด – การปรับแบบตามข้อจำกัดของโครงสร้างอาคาร


คุณวุฒิและการศึกษาของนักออกแบบภายในในไทย

การศึกษาที่เกี่ยวข้อง

ในประเทศไทย ผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพนักออกแบบภายในมักจบการศึกษาจาก: – ปริญญาตรี สาขาออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design / Interior Architecture) จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือคณะศิลปกรรมศาสตร์ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, KMUTT, ABAC – ปริญญาตรี สาขาสถาปัตยกรรมภายใน (Interior Architecture) ซึ่งมีเนื้อหาเชิงเทคนิคมากกว่า Interior Design ทั่วไป – คอร์สระยะสั้น ด้านการออกแบบภายใน โปรแกรม 3D, Mood Board และ Material ก็เป็นเส้นทางที่นักออกแบบหลายคนเลือก

มาตรฐานวิชาชีพ


Interior Design สำคัญแค่ไหน? ผลที่วัดได้จริง

ภาพถ่ายภายนอกบ้านเดี่ยวสองชั้นสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ก่อนเข้าอยู่
บ้านเดี่ยวสองชั้นหลังที่ยกมาเป็นกรณีศึกษาในบทความนี้

การลงทุนกับงาน Interior Design ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่มีผลต่อชีวิตและธุรกิจที่วัดได้จริง

สำหรับที่อยู่อาศัย: – พื้นที่ที่ออกแบบดีช่วยลดความเครียดและเพิ่มคุณภาพการนอนหลับ (ผลจากการศึกษาด้าน Environmental Psychology) – บ้านที่รีโนเวทด้วยงานออกแบบภายในมีมูลค่าสูงขึ้น 10–30% เมื่อเทียบกับบ้านที่ไม่ได้รีโนเวท – การจัดผังพื้นที่ที่ดีลดพื้นที่สูญเปล่าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานจริง

สำหรับออฟฟิศ: – การออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีเพิ่ม Productivity ของพนักงานได้ 15–25% (Harvard Business Review) – บริษัทที่มี Workplace Design ที่ดีดึงดูด Talent ได้มากกว่า โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennial

สำหรับร้านอาหารและร้านค้า: – บรรยากาศร้านส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าโดยตรง การออกแบบที่ดีเพิ่ม Dwell Time (เวลาที่ลูกค้าอยู่ในร้าน) และ Average Spend


สรุป: เมื่อไหรควรจ้างนักออกแบบภายใน?

Interior Design คือการลงทุนในคุณภาพพื้นที่ที่คุณจะใช้งานทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ออฟฟิศ หรือร้านค้า การมีนักออกแบบมืออาชีพช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่มีค่าใช้จ่ายสูง ประหยัดเวลาในการตัดสินใจ และได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการจริงๆ ของคุณ

ควรพิจารณาจ้างนักออกแบบภายในเมื่อ: – คุณกำลังรีโนเวทหรือตกแต่งบ้านใหม่และไม่รู้จะเริ่มต้นจากไหน – โครงการมีงบประมาณตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป (คุ้มค่ากับค่าออกแบบ) – คุณต้องการผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอตลอดทั้งโครงการ ไม่ใช่แค่บางจุด – พื้นที่มีความซับซ้อนหรือมีข้อจำกัดที่ต้องแก้ปัญหาเชิงออกแบบ

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าต้องการนักออกแบบหรือผู้รับเหมา หรืออยากรู้ว่าสองอาชีพนี้ต่างกันอย่างไร อ่านต่อได้ที่: [ออกแบบภายใน vs ตกแต่งภายใน ต่างกันอย่างไร?]


อยากให้บ้านของคุณผ่านงานออกแบบแบบนี้บ้าง

ดูบริการออกแบบตกแต่งภายในบ้านและคอนโดของ Rubin’s Interior พร้อมผลงานและกระบวนการทำงานเต็มรูปแบบ

ดูบริการออกแบบบ้านและคอนโด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Interior Design กับ Interior Decoration ต่างกันอย่างไร? Interior Design ครอบคลุมกระบวนการออกแบบทั้งหมดตั้งแต่การวางผังพื้นที่ โครงสร้าง แสงสว่าง ระบบต่างๆ ไปจนถึงการตกแต่ง ส่วน Interior Decoration เน้นเฉพาะการตกแต่งเพิ่มความสวยงามโดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นที่ เช่น การเปลี่ยนผ้าม่าน เลือกหมอน หรือจัดวางของตกแต่ง

Q: นักออกแบบภายในต้องจบสาขาอะไร? ส่วนใหญ่จบสาขาออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design) หรือสถาปัตยกรรมภายใน (Interior Architecture) ระดับปริญญาตรีขึ้นไป แต่ไม่ได้บังคับโดยกฎหมาย สิ่งสำคัญคือ Portfolio และประสบการณ์จริง

Q: Interior Designer ต่างจาก Architect อย่างไร? สถาปนิก (Architect) ออกแบบโครงสร้างและเปลือกอาคารทั้งหลัง มีใบประกอบวิชาชีพที่กฎหมายกำหนด ส่วน Interior Designer ทำงานกับพื้นที่ภายในที่มีโครงสร้างอยู่แล้ว โฟกัสที่การใช้งาน วัสดุ แสง และความสวยงามภายใน

Q: ค่าจ้างนักออกแบบภายในคิดอย่างไร? มีหลายรูปแบบ ได้แก่ คิดตามพื้นที่ (ราคาต่อตารางเมตร), คิดเป็น % ของมูลค่างานก่อสร้าง (ทั่วไป 8–15%), หรือ Package ราคาคงที่ตามขอบเขตงาน ราคาขึ้นอยู่กับประสบการณ์และชื่อเสียงของนักออกแบบ

Q: โครงการออกแบบภายในใช้เวลานานแค่ไหน? คอนโดขนาด 1–2 ห้องนอนใช้เวลาประมาณ 3–4 เดือน, บ้านเดี่ยว 6–9 เดือน, ออฟฟิศขนาดกลาง 5–8 เดือน รวมทั้งขั้นตอนออกแบบและก่อสร้าง ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและการตัดสินใจของลูกค้า

Q: ต้องมีงบประมาณเท่าไหรถึงจะจ้างนักออกแบบภายใน? ไม่มีตัวเลขขั้นต่ำตายตัว แต่โดยทั่วไปโครงการที่มีงบก่อสร้างตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไปมักคุ้มค่ากับค่าออกแบบ สำหรับโครงการที่เล็กกว่านั้น อาจพิจารณาบริการ Consultation แบบรายชั่วโมงแทน

Q: Interior Designer กับ ผู้รับเหมาตกแต่งภายใน ต้องจ้างทั้งคู่ไหม? ไม่จำเป็นเสมอไป บางบริษัทให้บริการแบบ Design & Build ที่รวมทั้งงานออกแบบและก่อสร้างไว้ในทีมเดียว ซึ่งสะดวกกว่าสำหรับลูกค้า อ่านเพิ่มเติมเรื่องความแตกต่างได้ที่: [Interior Designer vs ผู้รับเหมาตกแต่งภายใน ต่างกันอย่างไร?]


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีย์ Interior Design 101 โดย Rubin’s Interior Design — บริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในในกรุงเทพฯ ที่ให้บริการทั้งงานที่พักอาศัย ออฟฟิศ และร้านอาหาร

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่จำเป็นต้องกรอกถูกทำเครื่องหมาย *