กระเบื้องปูพื้น เทรนด์และวัสดุใหม่ที่เปลี่ยนพื้นที่ของคุณ — ภาพประกอบบทความ Rubin’s Interior กระเบื้องปูพื้น เทรนด์และวัสดุใหม่ที่เปลี่ยนพื้นที่ของคุณ

ลายกระเบื้องปูพื้น ที่เลือกได้ในวันนี้มาจากวัสดุหลากหลายชนิด ตั้งแต่กระเบื้องเซรามิก หินธรรมชาติ เทอร์ราสโซ่ ไปจนถึงไวนิลแผ่น ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ ความทนทาน และสุนทรียภาพแตกต่างกัน การเลือกใช้ต้องพิจารณาทั้งฟังก์ชันการใช้งาน สภาพอากาศ และงบประมาณ โดยเฉพาะในไทยที่มีความร้อนชื้นสูงต้องคำนึงถึงความต้านทานความชื้นและการบำรุงรักษาด้วย


เทอร์ราสโซ่กลับมาแรง ทั้งในรูปแบบคลาสสิกและร่วมสมัย

รายงานจากวงการออกแบบภายในในต่างประเทศระบุว่า เทอร์ราสโซ่ (Terrazzo) กำลังกลับมาได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2026 โดยเฉพาะในโครงการพื้นที่สาธารณะและพาณิชย์ ตัวอย่างเช่น โครงการที่ Hunters Point ใน Long Island City ได้รับรางวัลระดับชาติจากสมาคมเทอร์ราสโซ่ในสหรัฐฯ จากงานติดตั้งที่โดดเด่น ขณะที่ Disneyland ก็ได้ปรับปรุงพื้นที่ Esplanade ด้วยเทอร์ราสโซ่โทนสีน้ำเงินที่สร้างเอกลักษณ์ใหม่

เทอร์ราสโซ่คือวัสดุพื้นที่ผสมผสานระหว่างชิ้นหินธรรมชาติ แก้ว หรือวัสดุอื่น ๆ กับซีเมนต์หรือเรซิน จากนั้นขัดผิวจนเรียบเป็นมันวาว สามารถสร้างลวดลายและสีสันได้หลากหลายตามดีไซน์ที่ต้องการ ในบริบทไทย เทอร์ราสโซ่เหมาะกับพื้นที่ที่มีการสัญจรสูง เช่น ล็อบบี้โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหาร เพราะมีความทนทานสูงและทำความสะอาดง่าย

ข้อดีของเทอร์ราสโซ่คือความยืดหยุ่นในการออกแบบ สามารถปรับแต่งสี ลาย และขนาดเม็ดหินได้ตามต้องการ ทนต่อการเดิน ไม่ซีดจางง่าย และเมื่อผิวสึกสามารถขัดใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการติดตั้งค่อนข้างสูง โดยเฉพาะงานเทอร์ราสโซ่แบบหล่อในที่ (cast-in-place) ที่ต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทาง ส่วนเทอร์ราสโซ่แผ่นสำเร็จรูป (pre-cast tile) จะมีราคาถูกกว่าและติดตั้งง่ายกว่า

เทรนด์ลายกระเบื้องปูพื้นและรูปทรงใหม่ที่กำลังมาแรง

สื่อออกแบบจากต่างประเทศชี้ให้เห็นถึงเทรนด์กระเบื้องที่โดดเด่นในปี 2026 โดยเฉพาะกระเบื้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกสะอาดตาและทันสมัย รวมถึงกระเบื้องที่มีพื้นผิวสัมผัส (texture) หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหยาบ ผิวคลื่น หรือผิวนูนต่ำที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับพื้นที่

ในไทย เทรนด์กระเบื้องขนาดใหญ่ (Large Format Tile) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระเบื้องขนาด 60×60 ซม. ขึ้นไป หรือแม้แต่แผ่นขนาดจัมโบ้ 120×240 ซม. ที่ลดรอยต่อให้น้อยที่สุด ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางและทำความสะอาดง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม กระเบื้องขนาดใหญ่ต้องการพื้นฐานที่เรียบและแข็งแรงมาก รวมถึงเทคนิคการติดตั้งที่แม่นยำ

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจคือกระเบื้องที่มีการผสมผสานลวดลาย เช่น กระเบื้องที่มีลาย Homage to the Square จาก Nemo Tile + Stone ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากงานศิลปะ หรือโครงการ Trinket Tile ในเมือง Dundee ประเทศสกอตแลนด์ ที่ชวนประชาชนมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ลวดลายบนกระเบื้อง แนวคิดนี้สามารถนำมาประยุกต์ในไทยสำหรับพื้นที่ชุมชนหรือร้านค้าที่ต้องการเล่าเรื่องราวผ่านวัสดุ

เปรียบเทียบลายกระเบื้องปูพื้นยอดนิยม 5 ประเภทในตลาดไทย

ประเภท ความทนทาน กันน้ำ ราคา/ตร.ม. เหมาะกับพื้นที่
เทอร์ราสโซ่ สูงมาก ทนทาน 20+ ปี ดีมาก 1,500-3,500 บาท ล็อบบี้ ร้านอาหาร พื้นที่สาธารณะ
กระเบื้องเซรามิก ดี ทนทาน 10-20 ปี ดี 300-1,200 บาท ห้องน้ำ ครัว ห้องนั่งเล่น
หินแกรนิตโพเซลน สูงมาก ทนรอยขีดข่วน ดีมาก 800-2,000 บาท ทางเดิน โถง พื้นที่การค้า
ไม้แท้/วิศวกรรม ปานกลาง ต้องบำรุง พอใช้-ดี 1,200-4,000 บาท ห้องนอน ห้องนั่งเล่น
พื้นไวนิลแผ่น ปานกลาง 10-15 ปี ดีมาก 400-1,000 บาท ครัว ห้องน้ำ คอนโด

พื้นไม้กับพื้นไวนิล เปรียบเทียบทางเลือกในงบและความทนทาน

รายงานตลาดพื้นไม้แข็ง (Hardwood Flooring) ระบุว่าแม้จะเป็นที่นิยมในกลุ่มบ้านพักอาศัยระดับบน แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องราคาและการบำรุงรักษา โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้นเช่นไทยที่ไม้แท้มีแนวโน้มขยายตัวและหดตัวตามความชื้น ทำให้พื้นไวนิลแผ่น (Vinyl Plank Flooring หรือ LVP) กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

พื้นไวนิลแผ่นคือวัสดุพื้นสังเคราะห์ที่ออกแบบให้เลียนแบบลายไม้หรือหินธรรมชาติ มีหลายชั้นประกอบด้วยชั้นรองพื้น ชั้นคอร์ ชั้นพิมพ์ลาย และชั้นเคลือบกันรอย ข้อดีคือติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง กันน้ำได้ดี (เหมาะกับห้องน้ำหรือครัว) และทนต่อรอยขีดข่วน อย่างไรก็ตาม พื้นไวนิลอาจไม่ช่วยเพิ่มมูลค่าบ้านเท่ากับพื้นไม้แท้ มีอายุการใช้งานที่สั้นกว่า (โดยเฉลี่ยประมาณ 10-20 ปี) และบางรุ่นอาจปล่อยสารระเหยได้ (VOC) หากเลือกแบรนด์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

ในบริบทไทย พื้นไวนิลแผ่นเหมาะกับโครงการที่มีงบประมาณจำกัดแต่ต้องการให้ดูอบอุ่นเหมือนไม้ เช่น คอนโดมิเนียม ออฟฟิศเล็ก หรือร้านค้า ควรเลือกรุ่นที่มีชั้นหนาอย่างน้อย 4-5 มม. และชั้นเคลือบที่แข็งแรง (wear layer อย่างน้อย 0.3 มม.) เพื่อความทนทาน สำหรับพื้นไม้แท้ แนะนำให้เลือกไม้ที่ผ่านการอบแห้งและมีการเคลือบกันความชื้นอย่างดี เช่น ไม้โอ๊ค ไม้วอลนัท หรือไม้สักวิศวกรรม (Engineered Wood) ที่มีเสถียรภาพสูงกว่าไม้แท้แผ่นเดียว

เปรียบเทียบพื้นไม้แท้กับพื้นไวนิลแผ่น. พื้นไม้แท้: สวยงามและเป็นธรรมชาติ, เพิ่มมูลค่าบ้าน, ราคาสูง ต้องบำรุงรักษา, ไวต่อความชื้นในอากาศไทย. พื้นไวนิลแผ่น: ราคาไม่แพง ติดตั้งง่าย, กันน้ำได้ดี เหมาะกับครัว, อายุการใช้งานสั้นกว่า, ไม่เพิ่มมูลค่าบ้านเท่าไม้แท้. ไม้สักวิศวกรรม: เสถียรภาพสูง ทนความชื้นดี, ราคาต่ำกว่าไม้แท้, สามารถขัดใหม่ได้จำกัด, เหมาะกับอากาศไทย. พื้นไวนิลเหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและงบจำกัด ขณะที่พื้นไม้แท้เพิ่มมูลค่าและความหรูหราให้บ้านเปรียบเทียบพื้นไม้แท้กับพื้นไวนิลแผ่นพื้นไม้แท้สวยงามและเป็นธรรมชาติเพิ่มมูลค่าบ้านราคาสูง ต้องบำรุงรักษาไวต่อความชื้นในอากาศไทยพื้นไวนิลแผ่นราคาไม่แพง ติดตั้งง่ายกันน้ำได้ดี เหมาะกับครัวอายุการใช้งานสั้นกว่าไม่เพิ่มมูลค่าบ้านเท่าไม้แท้ไม้สักวิศวกรรมเสถียรภาพสูง ทนความชื้นดีราคาต่ำกว่าไม้แท้สามารถขัดใหม่ได้จำกัดเหมาะกับอากาศไทยพื้นไวนิลเหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและงบจำกัด ขณะที่พื้นไม้แท้เพิ่มมูลค่าและความหรูหราให้บ้าน
ข้อดี-ข้อเสียของพื้นไม้แท้และพื้นไวนิลแผ่นในบริบทไทย

อยากรู้ว่าพื้นที่ของคุณปรับปรุงได้แค่ไหน?

จองเซสชันประเมินพื้นที่กับทีมออกแบบของ Rubin’s Interior เพื่อดูแนวทางและงบประมาณเบื้องต้นก่อนตัดสินใจ

จองเซสชันประเมินพื้นที่ (Space Transformation Audit)

พื้นผิวสัมผัสและความเรียบง่ายที่สร้างบรรยากาศอบอุ่น

บทความจากสื่อออกแบบระบุถึงแนวโน้ม ‘Texture, Simplicity, and Warmth’ ซึ่งเน้นการใช้วัสดุที่มีพื้นผิวสัมผัสหลากหลาย ความเรียบง่ายในการจัดวาง และสีโทนอบอุ่นที่ทำให้พื้นที่รู้สึกเป็นกันเอง แนวคิดนี้สะท้อนในการเลือกกระเบื้องปูพื้นที่ไม่เพียงดูดี แต่ยังต้องสัมผัสได้และสร้างบรรยากาศ

กระเบื้องที่มีพื้นผิวสัมผัสแบบเนื้อหยาบ (Textured Finish) หรือแบบเนื้อด้าน (Matte Finish) จะช่วยลดการสะท้อนแสงและให้ความรู้สึกอบอุ่นกว่ากระเบื้องเงาทั่วไป นอกจากนี้ยังมีข้อดีในเรื่องความปลอดภัย เพราะลื่นน้อยกว่าเมื่อเปียก เหมาะกับห้องน้ำ ระเบียง หรือพื้นที่ภายนอกที่อาจมีน้ำสาด

ในไทย การเลือกกระเบื้องที่มีพื้นผิวเนื้อด้านหรือหยาบพอประมาณจะช่วยลดปัญหาความร้อนสะสมบนพื้น เพราะไม่ดูดความร้อนเท่ากับกระเบื้องเงาเข้ม สีโทนอบอุ่นเช่น เบจ ครีม หรือเทาอ่อน ยังช่วยให้พื้นที่ดูกว้างและสดใสโดยไม่ต้องอาศัยแสงมากเกินไป ซึ่งเหมาะกับทั้งบ้านพักอาศัยและพื้นที่พาณิชย์ เช่น ร้านอาหารหรือร้านกาแฟที่ต้องการบรรยากาศผ่อนคลาย

แนวทางเลือกลายกระเบื้องปูพื้นให้เหมาะกับพื้นที่และการใช้งานในไทย

การเลือกกระเบื้องปูพื้นที่เหมาะสมต้องพิจารณาหลายปัจจัย ได้แก่ ประเภทพื้นที่ ความถี่ของการใช้งาน สภาพอากาศ และงบประมาณ ในไทยที่มีอากาศร้อนชื้น กระเบื้องเซรามิกและกระเบื้องปูนเป็นตัวเลือกยอดนิยมเพราะระบายความร้อนได้ดี ทนความชื้น และราคาเข้าถึงได้

สำหรับพื้นที่บ้านพักอาศัย ควรเลือกกระเบื้องที่มีค่าดูดซับน้ำต่ำ (Water Absorption ต่ำกว่า 3%) เพื่อป้องกันความชื้นซึม และควรมีค่าความแข็ง (PEI Rating) อย่างน้อย PEI 3 สำหรับพื้นที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่น หรือ PEI 4-5 สำหรับพื้นที่ที่มีการสัญจรสูง เช่น ทางเดิน ห้องโถง หรือพื้นที่พาณิชย์ เทอร์ราสโซ่และหินแกรนิตโพเซลนเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานสูง

สำหรับโครงการออกแบบตกแต่งร้านอาหารหรือคาเฟ่ การเลือกกระเบื้องต้องคำนึงถึงความปลอดภัย (กันลื่น) ความง่ายในการทำความสะอาด (ต้านทานคราบน้ำมันและสารเคมี) และความสวยงามที่สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ร้าน เทอร์ราสโซ่หรือกระเบื้องลายไม้แบบไวนิลจะเป็นทางเลือกที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นและทำความสะอาดง่าย ขณะที่กระเบื้องเซรามิกขนาดใหญ่จะให้ความรู้สึกสะอาดและทันสมัยเหมาะกับร้านสไตล์มินิมอล

ปัจจัยสำคัญในการเลือกกระเบื้องปูพื้นสำหรับโครงการในไทย. ความทนทานและต้านทานความชื้น 30%, งบประมาณและราคาต่อตารางเมตร 25%, ความปลอดภัย (กันลื่น) 20%, สุนทรียภาพและความเข้ากับคอนเซ็ปต์ 15%, ความง่ายในการบำรุงรักษา 10%. ความทนทานและการต้านทานความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดเพราะสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยปัจจัยสำคัญในการเลือกกระเบื้องปูพื้นสำหรับโครงการในไทยความทนทานและต้านทานความชื้น30%งบประมาณและราคาต่อตารางเมตร25%ความปลอดภัย (กันลื่น)20%สุนทรียภาพและความเข้ากับคอนเซ็ปต์15%ความง่ายในการบำรุงรักษา10%ความทนทานและการต้านทานความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดเพราะสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย
เรียงตามลำดับความสำคัญตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญออกแบบภายในในไทย

วางแผนเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่?

Rubin’s Interior ออกแบบร้านอาหารและคาเฟ่ตั้งแต่คอนเซ็ปต์ ผังครัว ไปจนถึงบรรยากาศหน้าร้าน

รับออกแบบตกแต่งภายในร้านอาหารและคาเฟ่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: กระเบื้องปูพื้นแบบไหนเหมาะกับอากาศร้อนชื้นของไทย กระเบื้องเซรามิกและกระเบื้องหินแกรนิตโพเซลนเหมาะที่สุด เพราะมีค่าดูดซับน้ำต่ำ ระบายความร้อนได้ดี และทนความชื้นสูง เทอร์ราสโซ่ก็เป็นทางเลือกดีสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานสูง ส่วนพื้นไม้แท้ควรเลือกไม้สักวิศวกรรมที่มีเสถียรภาพสูงกว่าไม้แท้แผ่นเดียว

Q: เทอร์ราสโซ่กับกระเบื้องเซรามิกต่างกันอย่างไร เทอร์ราสโซ่เป็นวัสดุผสมชิ้นหินธรรมชาติหรือแก้วกับซีเมนต์หรือเรซิน แล้วขัดผิวจนเรียบมัน สามารถปรับแต่งลวดลายได้อิสระ มีความทนทานสูงกว่าแต่ราคาแพงกว่า ส่วนกระเบื้องเซรามิกทำจากดินเผาเคลือบผิว มีราคาถูกกว่า ติดตั้งง่ายกว่า แต่ลวดลายจำกัดกว่าเทอร์ราสโซ่

Q: พื้นไวนิลแผ่นเหมาะกับร้านอาหารหรือไม่ เหมาะกับร้านอาหารขนาดเล็กถึงกลางที่มีงบจำกัด เพราะกันน้ำได้ดี ทำความสะอาดง่าย และติดตั้งเร็ว แต่สำหรับร้านที่มีการสัญจรสูงหรือมีโอกาสสัมผัสน้ำมันร้อนบ่อย ควรเลือกกระเบื้องเซรามิกหรือเทอร์ราสโซ่ที่ทนทานกว่าและมีอายุใช้งานยาวนานกว่า

Q: กระเบื้องขนาดใหญ่มีข้อดีอะไร กระเบื้องขนาดใหญ่ลดรอยต่อให้น้อยที่สุด ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางและทำความสะอาดง่ายขึ้น เพราะมีร่องน้อยกว่าที่สะสมฝุ่นหรือเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม ต้องการพื้นฐานที่เรียบและแข็งแรงมาก รวมถึงช่างติดตั้งที่มีประสบการณ์เพื่อให้พื้นเรียบไม่โก่งงอ

Q: ควรเลือกกระเบื้องค่า PEI เท่าไหร่สำหรับพื้นที่พาณิชย์ สำหรับพื้นที่พาณิชย์เช่นร้านค้า ร้านอาหาร หรือออฟฟิศที่มีการสัญจรสูง ควรเลือกกระเบื้องที่มีค่า PEI 4 หรือ 5 เพื่อความทนทานต่อการเดินและการขัดสี ส่วนพื้นที่ที่มีการสัญจรปานกลางเช่นห้องประชุมอาจใช้ PEI 3 ได้ ค่า PEI ยิ่งสูงยิ่งทนต่อการสึกหรอมากขึ้น

บทความโดยทีม Rubin’s Interior — รับออกแบบตกแต่งภายในบ้าน คอนโด ออฟฟิศ ร้านค้า และร้านอาหารครบวงจร

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่จำเป็นต้องกรอกถูกทำเครื่องหมาย *